โคชิเอ็ง จากชื่อสนามกีฬา สู่การแข่งขันเบสบอลชื่อดังของญี่ปุ่น

หากพูดถึงกีฬาเบสบอล หลายคนคงคิดว่ากีฬาชนิดนี้ถือกำเนิดขึ้นที่ประเทศญี่ปุ่นแน่ ๆ แต่แท้ที่จริงแล้วรู้หรือไม่ว่าเบสบอลไม่ได้มีต้นกำเนิดมาจากประเทศญี่ปุ่นแต่อย่างใด กีฬาชนิดนี้ในสมัยก่อนเคยเป็นเพียงกีฬาที่ชาวอเมริกันหลายคนใช้เล่นในยามว่างเพื่อฆ่าเวลาในแต่ละวัน แต่ทว่าเมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไปกลับกลายมาเป็นกีฬายอดฮิตถึงแดนดินอาทิตย์อุทัยเสียอย่างนั้น หากถามว่าฮิตกันถึงขนาดไหน ในประเทศญี่ปุ่นเบสบอลถึงขั้นติดโผอันดับหนึ่งกีฬายอดฮิตของคนในประเทศเลยก็ว่าได้ และหนึ่งในรายการแข่งขันที่มีคนพูดถึงกันมากที่สุด เห็นจะไม่พ้น การแข่งขันเบสบอลระดับมัธยมปลายของประเทศที่โคชิเอ็ง การแข่งขันเบสบอลที่โคชิเอ็ง ถือเป็นหนึ่งในการแข่งขันที่ถูกพูดถึงในระดับ เดียวกันกับการแข่งขันลีกหลายรายการ ซึ่งเราจะพาไปชมการแข่งขันที่ถือได้ว่ายิ่งใหญ่มากที่สุดอีกรายการหนึ่งระดับประเทศกัน

การย่างก้าวเข้าสู่การแข่งขันเบสบอลระดับมัธยมปลายที่โคชิเอ็ง        

การแข่งขันเบสบอลระดับมัธยมปลายโคชิเอ็ง ถือเป็นการแข่งขันยอดนิยมของประเทศญี่ปุ่นที่มีความยิ่งใหญ่และโด่งดังไม่แพ้กับการแข่งเบสบอลรายการใหญ่ของประเทศ ถูกจัดขึ้นในทุกฤดูร้อนที่โคชิเอ็งสเตเดียม จังหวัดเฮียวโงะ หรือในอีกชื่อหนึ่งก็คือเมืองโกเบ โดยสเตเดียมแห่งนี้นอกจากจะสามารถจุคนได้กว่า 80,000 คนแล้ว ยังคงบรรจุความฝันของวัยรุ่นหลาย ๆ คนเอาไว้รวมกันอีกด้วย

ซึ่งในการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ จะมีคนรอชมการแข่งขันสูงถึง 50,000 คน และนอกจากนี้ยังมีการถ่ายทอดสดออกอากาศทางโทรทัศน์ที่มีผู้ให้ความสนใจเป็นล้าน ๆ คนเลยทีเดียว ความยิ่งใหญ่ของการแข่งขันเบสบอลนี้จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่เด็กมัธยมปลายซึ่งเป็นนักกีฬามือสมัครเล่น จะกลายไปเป็นส่วนหนึ่งของทีมชาติญี่ปุ่นในอนาคต

การแข่งขันเบสบอลโคชิเอ็งถือเป็นอีกไฮไลท์หนึ่งในจังหวัดเฮียวโงะ นอกเหนือจากสถาปัตยกรรมทางประวัติศาสตร์อย่างปราสาทฮิเมจิ แน่นอนว่าการแข่งขันนี้เป็นปลายทางในการท่องเที่ยวของใครอีกหลายคนที่เป็นแฟนตัวยงของกีฬาเบสบอล และแฟนตัวยงของการ์ตูนญี่ปุ่นในอีกหลายเรื่อง ซึ่งได้หยิบยกเอาความฮอตฮิตของเบสบอลโคชิเอ็งมาเป็นฉากหลังของบางตอนในการ์ตูนเพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้กับใครอีกหลายคนด้วย หากใครที่สนใจเข้าชมการแข่งขันเบสบอลโคชิเอ็ง และอยากท่องเที่ยวในเชิงโบราณสถานศึกษาไปด้วย เมืองอาเบถือเป็นหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจอยู่ไม่น้อยเลย

ความฝันที่เก็บไว้และถูกปล่อยมาออกที่ โคชิเอ็ง

แน่นอนว่าถึงแม้จะเป็นเพียงแค่การแข่งขันของเด็กมัธยมปลายที่ไม่ได้มีชื่อเสียงเหมือนกับนักกีฬาเบสบอลคนอื่น ๆ ที่เราต่างรู้จัก แต่เด็กทุกคนที่เข้าร่วมการแข่งขันก็ได้แบกเอาความฝันของตัวเองมาเป็นแรงฮึดเพื่อเดินตามเส้นทางที่ตัวเองรัก ซึ่งไม่แน่ว่านักกีฬาที่เราเห็นกันในสนามแข่งโคชิเอ็งอาจจะกลายเป็นหนึ่งในทีมชาติที่สร้างชื่อเสียงไปไกลถึงระดับโลกเลยก็เป็นได้

กรีฑาสถานแห่งชาติ สถานที่จัดแข่งขันโอลิมปิกปี 2020

ถึงแม้ว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 จะทำให้งานแข่งขันกีฬาที่ดังระดับโลกอย่างโอลิมปิก ปี 2020 เป็นอันต้องเลื่อนออกไปจากเดิมในระหว่างวันที่ 24 กรกฎาคม ถึงวันที่ 9 สิงหาคม ปี 2563 เป็นในระหว่างวันที่ 23กรกฎาคม ถึงวันที่ 8 สิงหาคม ปี 2564 ซึ่งในการเลื่อนครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ร้อยปีนับแต่มีสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่อย่างไรก็ตามแฟน ๆ จำนวนไม่น้อยก็ยังคงตั้งหน้าตั้งตารอคอยการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกกันอย่างล้นหลาม ยิ่งในปีนี้ประเทศญี่ปุ่นได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน ซึ่งสถานที่จัดการแข่งขันอย่าง กรีฑาสถานแห่งชาติ ก็ยังตั้งอยู่ในแขวงชินจูกุประเทศญี่ปุ่น เรียกได้ว่า ใครก็ตามที่วางแผนเก็บกระเป๋าบินตรงสู่แดนอาทิตย์อุทัย จะต้องเตรียมพร้อมทั้งแรงเชียร์และแรงเงิน เพราะนอกจากจะได้ชมกีฬากันอย่างจุใจอาจจะได้ช้อปกระจายกันอย่างจุกอกอีกด้วย

ความใหญ่โตสมเป็นเจ้าภาพงานของ กรีฑาสถานแห่งชาติ

กรีฑาสถานแห่งชาติ ถือเป็นสนามกีฬาแห่งชาติใหม่ของประเทศญี่ปุ่น หลังจากที่ถูกรื้อและปรับปรุงในปี 2558 โดยสนามกีฬาแห่งนี้ได้ทำการเปิดใช้สนามกันอย่างจริงจังในวันที่ 21 ธันวาคม ปี 2562 ตั้งอยู่ที่ชานเมืองในแขวงชินจูจุ ซึ่งเป็นหนึ่งในย่านชื่อดังในประเทศญี่ปุ่นที่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติต่างรู้จักกันเป็นอย่างดี

โดยสนามกีฬาแห่งนี้สามารถจุคนได้ถึง 68,000 คน และตัวอัฒจันทร์ที่รับชมกีฬามีด้วยกันทั้งหมดถึง 3 ชั้น ซึ่งหากนับรวมชั้นใต้ดินอีก 2 ชั้นจะทำให้มีทั้งหมดด้วยกัน 5 ชั้น โดยเก้าอี้จะมีความสูงที่สามารถทำให้ผู้รับชมข้างบนที่แม้จะมีคนยืนบังอยู่ข้างหน้าก็ยังสามารถมองเห็นการแข่งขันได้อย่างชัดเจน นอกจากนี้ชั้นแรกของอัฒจันทร์เชียร์กีฬายังถูกออกแบบมาเพื่อให้บุคคลที่มีปัญหาเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวรับชมการแข่งขันอย่างสะดวกสบายอีกด้วย โดยในกรีฑาสถานแห่งชาตินี้จะถูกนำมาใช้ในการแข่งขันกีฬาประเภทฟุตบอลและกรีฑา รวมถึงพิธีการเปิดและพิธีปิดการแข่งขันเป็นหลัก

สำหรับวิธีการจองตั๋วเพื่อเข้าชมการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกปี 2020 นั้น นอกจากจะมีการซื้อตั๋วกันภายในประเทศญี่ปุ่นแล้ว ชาวต่างชาติ ยังคงสามารถซื้อตั๋วผ่านทางออนไลน์ได้ด้วยสำหรับประเทศไทยนั้นหากต้องการซื้อตั๋วออนไลน์สามารถเข้าไปในเว็บไซต์ jbtthailand.com ได้เลย และหากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามไปทางเว็บไซต์ ซึ่งจะมีเจ้าหน้าที่คอยให้คำปรึกษาเพื่อจะทำให้การเดินทางราบรื่นยิ่งขึ้น

ส่วนใครก็ตามที่กำลังมองหาสถานที่ท่องเที่ยวที่ใกล้กับกรีฑาสถานแห่งชาตินี้ ต้องบอกไว้ก่อนเลยว่า สถานที่ท่องเที่ยวที่อยู่แวดล้อมโดยรอบสนามกีฬานั้น จะมีทั้งสถานที่ท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติอย่างสวนชินจูกุเกียวเง็น และยังคงเต็มไปด้วยย่านสินค้าและร้านแบรนด์เนมให้สายช้อปได้เพลิดเพลินไปกับสินค้าคุณภาพชื่อดังอีกหลากหลายชนิดแบบ ที่เรียกได้ว่าจ่ายกันไม่หวาดไม่ไหวกันกันเลยทีเดียว

สถานการณ์โควิด-19 กับผลกระทบที่มีต่องานโอลิมปิก

ถึงแม้ว่าการแข่งขันโอลิมปิกจะต้องถูกเลื่อนออกไปเนื่องจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่มีความรุนแรงมาก แต่ไม่ได้หมายความว่าการแข่งขันจะถูกยกเลิกไปโดยปริยาย ดังนั้นแล้วแฟนกีฬาไม่ต้องเศร้าเสียใจไป เพราะอย่างไรก็ตามเมื่อมีกำหนดการแข่งขันที่แน่ชัดออกมาแล้ว ในปีหน้าเราคงได้เห็นบรรยากาศความครึ้กครื้นสนุกสนานกลับมาอีกครั้งกับมหกรรมการแข่งขันกีฬาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแน่นอน

ภูเขาไฟฟูจิ ธรรมชาติแสนยิ่งใหญ่ที่เปรียบเป็นลมหายใจของศิลปะญี่ปุ่น

หากจะพูดถึงประเทศเก่าแก่ที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมามากมาย ญี่ปุ่นเป็นหนึ่งในประเทศที่เรานึกถึงเสมอ ไม่ว่าจะเป็นภัยพิบัติธรรมชาติ หรือไฟของสงครามที่เคยพัดผ่านประเทศแห่งนี้มา ล้วนแล้วแต่ไม่อาจจะทำอะไรประเทศที่แสนแข็งแกร่งนี้ได้ นอกจากนั้น ญี่ปุ่นยังเป็นหนึ่งในประเทศที่น่าไปเที่ยวมาก ๆ เพราะนอกจากจะมีอาหารอร่อย ๆ มากมายที่ขึ้นชื่อในระดับโลกแล้ว ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวมากมายที่โดดเด่นและเป็นเอกลักษณ์ ทั้งทางวัฒนธรรมและธรรมชาติอีกด้วย

หนึ่งในสิ่งที่นักท่องเที่ยวอยากดั้นด้นเดินทางไปชมที่สุดเห็นจะเป็นภูเขาไฟฟูจิ หรือ ฟูจิซัง ภูเขาไฟลูกใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่ในภูมิภาคคันโต ภูเขาไฟฟูจินั้นเป็นสัญลักษณ์ของประเทศญี่ปุ่นได้และรับการยกย่องจาก UNESCO ให้เป็นหนึ่งในมรดกโลก เราจะได้เห็นทั้งภาพวาดและศิลปะต่าง ๆ ของญี่ปุ่นตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบันที่บอกเล่าความยิ่งใหญ่ของภูเขาไฟลูกนี้ โดยรอบ ๆ ภูเขาไฟฟูจิจะทีที่ราบลักษณะเป็นแอ่งจากการปะทุของความร้อนใต้ภูเขาไฟฟูจิ เกิดเป็นทะเลสาปขนาดใหญ่ทั้งหมด 5 ทะเลสาปด้วยกันได้แก่ ได้แก่ทะเลสาป Kawaguchiko ทะเลสาป Saiko ทะเลสาป Shojiko ทะเลสาป Motosuko และทะเลสาป Yamanakako (สุดตะวันออก)

จุดชมวิวภูเขาไฟฟูจิที่เป็นที่นิยม

นักท่องเที่ยวสามารถชมวิวของภูเขาไฟฟูจิได้ โดยจะมีจุดที่เป็นบริเวณชมวิวที่ดีที่สุด และเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยว 2 จุดด้วยกันคือที่คาวากูจิโกะและฮาโกเน่นั้นเอง

คาวากูจิโกะ เป็นทะเลสาปที่อยู่ใกล้กับภูเขาไฟฟูจิ ดังนั้นเราจึงสามารถเห็นวิวภูเขาไฟฟูจิได้อย่างชัดเจน โดยทะเลสาปนี้ติดกับทางตอนใต้ของจังหวัดยามานาชิ  เป็นเมืองเล็ก ๆ ที่แสนเงียบสงบ มีรถ Retro bus ค่อยให้บริการวิ่งรอบ ๆ ทะเลสาป เป็นการคมนาคมสาธารณะเดียวที่จะช่วยให้นักท่องเที่ยวเที่ยวตามจุดต่าง ๆ รอบ ๆ ทะเลสาปได้ ไม่ว่าจะเป็นขึ้น Rope way ไปชมภูเขาไฟฟูจิและวิวเมืองจากมุมสูง และเจดีย์ Chureito

ฮาโกเน่ เป็นเมืองที่อยู่ไม่ไกลจากโตเกียวมากนัก อยู่ทางตะวันตกประมาณ 70 กิโลเมตรเท่านั้น ทำให้เป็นที่นิยมสำหรับนักท่องเที่ยว นอกจากนั้นยังมีกิจกรรมต่าง ๆ ที่โดนใจนักท่องเที่ยวเช่นขึ้น Rope way ไปทานไข่ดำ ที่ว่ากันว่าหากได้ทานแล้วจะมีอายุยืนไปอีก 7 ปี (แน่นอนว่าไข่ดำนี้ถูกทำให้สุกด้วยน้ำร้อนภูเขาไฟที่มีแร่ธาตุมากมายนั้นเอง) และยังเป็นแหล่งแช่ออนเซ็นที่มีให้เลือกหลากหลายแบบทั้งในร่ม กลางแจ้ง ไปจนถึงออนเซ็นไวน์!

ญี่ปุ่นนั้นเป็นประเทศที่ว่ากันว่ามากี่ครั้งก็ไม่เบื่อ แถมยังเที่ยวได้ทุกฤดู โดยแต่ละฤดูก็จะมีความสวยงามที่แตกต่างกันไป ล้วนแล้วแต่ตราตรึงใจผู้มาเยือนทั้งนั้น หากมีโอกาส อย่าลืมลองไปสัมผัสความมีเสน่ห์ของประเทศญี่ปุ่นกันนะ