ท่องเที่ยวเนิบ ๆ สไตล์นักเดินทางสายชิลล์กับสถานที่ท่องเที่ยวที่ต้องห้ามพลาดในตัวเมืองน่าน

จังหวัดน่าน เป็นจังหวัดเล็ก ๆ ที่ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของประเทศไทย เป็นหนึ่งในจังหวัดที่เป็นประตูไปสู่ประเทศเพื่อนบ้านที่ได้ชื่อว่าเป็นบ้านพี่เมืองน้องของไทยอย่างสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว มนต์เสน่ห์ของจังหวัดนี้ คือ ไม่ใช่ใครก็ได้ที่จะหลงผ่านเข้าไปเยือนยังสถานที่แห่งนี้ แต่ต้องเป็นคนที่ต้องตั้งใจไปจริง ๆ เนื่องจากเส้นทางเข้าสู่จังหวัดนี้เป็นเส้นทางที่ไม่ผ่านจังหวัดใด ๆ เลยนั่นเอง ซึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่ต้องห้ามพลาดในตัวเมืองน่านที่อยากแนะนำประกอบไปด้วยสถานที่ดังต่อไปนี้

วัดภูมินทร์

นักท่องเที่ยวน้อยคนนักที่เมื่อได้มีโอกาสมาเยือนเมืองน่าน แล้วจะไม่แวะมาสักการะพระพุทธรูป ณ วัดภูมินทร์แห่งนี้ เนื่องด้วยวัดแห่งนี้มีจิตกรรมฝาผนังอันมีชื่อเสียงโด่งดังประจำจังหวัดน่านอย่าง “ปู่ม่านย่าม่าน” เรื่องราวของคู่รักหญิงชายที่กำลังทำท่าทางกระซิบกัน จนได้รับการเรียกขานกันอีกหนึ่งชื่อว่าภาพ “กระซิบรักบันลือโลก” ซึ่งเป็นผลงานมีชื่อของ
จิตกรฝีมือประณีตเชื้อสายไทลื้ออย่าง “หนานบัวผิน” อีกทั้งวัดแห่งนี้ยังมีสถาปัตยกรรมที่โดดเด่นเป็นอย่างมาก คือ
“พระอุโบสถจตุรมุข” ซึ่งภายในประดิษฐานองค์พระประธานจตุรทิศ 4 องค์ ซึ่งเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยตั้งหันหน้าออกประตูทั้ง 4 ทิศ ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่ควรค่าแก่การมาเยี่ยมชมด้วยกันทั้งสิ้น

วัดพระบรมธาตุแช่แห้ง

เป็นที่ทราบกันดีว่าวัดพระบรมธาตุแช่แห้งเป็นพระอารามหลวง ซึ่งเป็นพระธาตุที่คนเกิดปีเถาะจะต้องหาโอกาสมานมัสการกันให้ได้สักครั้งหนึ่งในชีวิต เพราะสำหรับคนที่มีความศรัทธาที่แรงกล้าแล้วนั้น การได้สักการะพระธาตุประจำปีเกิดเป็นอะไรที่เชื่อกันว่าน่าจะได้อานิสงส์ผลบุญเป็นอย่างมาก ซึ่งสถานที่ตั้งของพระธาตุแห่งนี้ก็อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากตัวเมืองน่านมากนัก เพียงแค่ใช้เส้นทางถนนทางหลวงหมายเลข 1168 มุ่งไปทางทิศตะวันออกโดยข้ามแม่น้ำน่านไปเป็นระยะทางกว่า 3 กิโลเมตร จากวัดภูมินทร์ ทั้งนี้หากนักท่องเที่ยวท่านใดที่ถึงแม้จะไม่ได้เกิดปีเถาะแต่ก็สามารถมาสักการะ มาเยี่ยมชมสถานที่อันศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ได้ ด้วยเป็นวัดคู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดน่านมาอย่างช้านาน

วัดพระธาตุเขาน้อย

ณ บริเวณพื้นที่ทางตะวันตกของตัวเมืองน่าน เป็นสถานที่ตั้งของวัดพระธาตุเขาน้อย ซึ่งตั้งอยู่บนพื้นที่ของดอยเขาน้อย ในเขตพื้นที่ตำบลดู่ใต้ อำเภอเมือง จังหวัดน่าน จุดเด่นของวัดแห่งนี้ คือ จุดชมวิวทิวทัศน์ที่สามารถมองเห็นตัวเมืองน่านได้อย่างสุดลูกหูลูกตา และที่บริเวณนี้ยังมีพระพุทธรูปปางประธานพรซึ่งถูกสร้างขึ้นในโอกาสมหามงคลที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 6 รอบ เมื่อปี พ.ศ.2542 โดยมีชื่อว่าพระพุทธมหาอุดมมงคลนันทบุรีศรีน่าน ซึ่งถูกประดิษฐานอยู่บนฐานดอกบัวที่สูงถึง 9 เมตร หันหน้าออกสู่ทางด้านทิศตะวันออกซึ่งเป็นที่ตั้งของตัวเมืองน่านและแม่น้ำน่าน

อย่างไรก็ดีนอกจากสถานที่ต่าง ๆ ที่ได้กล่าวมาแล้วนั้น ตัวเมืองน่านยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอื่น ๆ อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นพิพิธภัณฑสถาน วัดวาอาราม หรือร้านอาหาร ตลอดจนร้านขนมมากมายรอคอยให้นักท่องเที่ยวได้มาเยี่ยม มาชิมมาชม และ ได้มีโอกาสมาใช้ชีวิตการท่องเที่ยวแบบเนิบ ๆ กับที่เมืองน่านแห่งนี้ดูสักครั้ง ไม่แน่ว่าจังหวัดที่คุณไม่เคยตั้งใจมาอาจเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สงบน่าหลงใหลจนคุณลืมไม่ลงเลยก็เป็นได้

“ดอยเสมอดาว” พาใจเราไปอยู่กับเขา

หากใครเคยได้มีโอกาสไปเยือนยังจังหวัดเล็ก ๆ ทางภาคเหนือที่ผู้คนอาศัยอยู่กันอย่างสงบสุขนามว่าจังหวัดน่าน คงจะมีบ้างที่จะต้องมีคนรู้จักกับอุทยานแห่งชาติศรีน่าน ซึ่งมีพื้นที่ครอบคลุมพื้นที่ถึง 3 อำเภอของจังหวัดน่าน ได้แก่ อำเภอนาน้อย อำเภอนาหมื่น และอำเภอเวียงสา ซึ่ง “ดอยเสมอดาว” นั้นก็เป็นหนึ่งในดอยที่อยู่ในเขตพื้นที่ของเขตอุทยานแห่งชาติศรีน่าน ซึ่งตั้งอยู่ ณ ตำบลศรีสะเกษ อำเภอนาน้อย จังหวัดน่าน เป็นจุดหมายปลายทางที่นักท่องเที่ยวหลายต่อหลายคนต่างอยากมีโอกาสได้ไปสัมผัสกับอากาศดี ๆ กับบรรยากาศของขุนเขาและไอหมอกกันสักครั้งหนึ่ง ด้วยเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวสามารถไปเยือนได้อย่างสะดวกง่ายดาย เป็นที่หมายปลายทางที่สามารถนำรถไปส่งได้แทบจะถึงบริเวณจุดชมวิว หรืออย่างน้อยก็ออกแรงเดินเพียงไม่นานเท่าไหร่เมื่อเทียบกับสถานที่ท่องเที่ยวแนวเดียวกันอื่น ๆ

ณ ที่แห่งนี้เหมาะอย่างยิ่งกับนักท่องเที่ยวที่เดินทางกันมาเป็นครอบครัว ไม่ว่าสมาชิกของครอบครัวนั้น ๆ จะประกอบด้วยเด็ก วัยรุ่น วัยทำงาน หรือกระทั่งผู้สูงอายุ เพราะอย่างที่กล่าวไปแล้วว่าสถานที่แห่งนี้นั้นสามารถเดินทางไปมาได้อย่างสะดวก และที่สำคัญมากไปกว่านั้นบรรยากาศด้านบนดอยก็เหมาะแก่การพักผ่อนหย่อนใจเป็นอย่างยิ่ง เหตุเพราะนักท่องเที่ยวสามารถขึ้นไปสัมผัสลมหนาว หรืออากาศเย็นด้านบนได้เกือบตลอดทั้งปี เป็นจุดชมวิวที่สามารถมองเห็นได้ทั้งทะเลหมอกและแสงอาทิตย์แรกยามเช้า ตลอดจนแสงสุดท้ายคราที่ตะวันตกดิน แม้แต่ในยามค่ำคืนเองในวันที่ท้องฟ้าเป็นใจ ก็มีทะเลดาวให้ได้ชมกันอย่างเต็มอิ่ม เรียกได้ว่านอกจากจะเป็นดอยที่เข้าถึงง่ายแล้ว สิ่งที่ได้รับกลับไปนั้นครบทุกบรรยากาศไม่แพ้ยอดเขาที่ต้องบากบั่นไปเป็นหลายกิโลเมตรเลยทีเดียว

สำหรับการเดินทางไปยังสถานที่แห่งนี้ ที่บอกกันว่าเดินทางไปได้ง่าย ๆ ก็เพราะสามารถเดินทางไปถึงด้วยรถส่วนตัว โดยขับรถออกจากตัวเมืองนาน้อย ไปตามถนนทางหลวงหมายเลข 1083 หรือที่รู้จักกันในชื่อถนนสายนาน้อย – ปางไฮ แต่ผู้ที่ทำหน้าที่ขับรถควรจะต้องเพิ่มความระมัดระวังในการบังคับยานพาหนะให้ดี เนื่องจากถนนค่อนข้างคดเคี้ยวตลอดเส้นทาง หรือหากจะใช้บริการรถโดยสารสาธารณะก็ทำได้โดยง่าย เพราะหากออกเดินทางจากกรุงเทพด้วยรถทัวร์สายกรุงเทพ – น่าน แล้วก็เพียงแค่ลงรถที่อำเภอเวียงสา จากนั้นให้ต่อเที่ยวรถประจำทางสายเวียงสา – นาน้อย – นาหมื่น เพื่อลงตรงบริเวณสามแยกบ้านใหม่ จากนั้นเพียงแค่เหมารถสองแถวที่มีไว้บริการบริเวณนั้นก็สามารถไปถึงยังทางเข้าอุทยานฯ ได้ไม่ยาก

ด้วยข้อดีต่าง ๆ ที่กล่าวมาแล้วนั้น ทำให้ดอยเสมอดาวเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่น่าสนใจ ที่นักท่องเที่ยวทั้งหลายไม่ควรพลาดที่จะไปสัมผัสกับบรรยากาศดังกล่าวด้วยตัวเองกันสักครั้ง พาใจเราไปพบกับเขา ไปอยู่กับเขา เพื่อชาร์จพลังกายพลังใจให้ตนเองได้กลับมามีแรงสร้างสรรค์สิ่งดี ๆ ให้กับโลกใบนี้กันต่อไป

ท่องเที่ยวแกรนด์แคนยอนเมืองไทย จากแพร่ถึงน่าน

สถานที่ท่องเที่ยวตามธรรมชาติในประเทศไทยเองมีเป็นจำนวนมาก เนื่องจากประเทศไทยเป็นประเทศที่มีความงดงามทางธรรมชาติที่สมบูรณ์ โดยจะดูได้จากประเทศไทยมีอุทยานและวนอุทยานจำนวนมาก พื้นที่ทางแถบภาคเหนือนี้เองก็มีแหล่งท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ อุทยานแห่งชาติน้ำตกชาติตระการ อุทยานแห่งชาติภูสอยดาว แต่ที่จะกล่าวถึงในที่นี้เป็นอุทยานของธรรมชาติที่ต่างกันออกไปเล็กน้อย คือ แกรนด์แคนยอนในแถบภาคเหนือของประเทศไทย อย่างแพะเมืองผี วนอุทยานแห่งชาติแพะเมืองผีจังหวัดแพร่ และฮ่อมจ๊อม อุทยานแห่งชาติศรีน่าน จังหวัดน่าน

ทั้งแพะเมืองผี และฮ่อมจ๊อมเกิดจากการที่แหล่งน้ำในฤดูน้ำหลาก กัดเซาะหินทรายตามธรรมชาติเป็นเวลานาน จนทำให้เกิดเนินดินทราย และเสาดินจำนวนมาก ๆ แต่ละมุมของพื้นที่มีความแตกต่างกันออกไปตามกาลเวลา สถานที่ดังกล่าวมาทั้ง 2 สถานที่มีความงานทางธรณีวิทยาเป็นอย่างมาก นับเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สามารถใช้ศึกษาลักษณะทางปฐพีวิทยาที่จัดว่ามีความงดงามไม่แพ้แกรนด์แคนยอนในต่างประเทศเลยก็ว่าได้

โดยแพะเมืองผีนั้นมีอายุมานานตั้งแต่ยุคควาเทอร์นารี (Quaternary) หรือราว ๆ 10,000-30,000 มาแล้ว ความหมายของคำว่า แพะเมืองผีคือ ป่าละเมาะที่มีความเงียบสงบไร้ผู้คน นอกจากนี้ยังมีตำนานอีกว่า มีหญิงชราหาของป่าขาย วันหนึ่งเดินไปพบทองคำกลางป่า แต่ด้วยความชราทำให้นำทองกลับมาไม่ได้ เขาจึงไปเรียกคนมาช่วยในวันรุ่งขึ้น หญิงชรากลับไม่พบทองพบเพียงรอยเท้าเดินมุ่งหน้ามายังแพะเมืองผีในปัจจุบัน ความลึกลับที่น่าหลงใหลทำให้มีผู้คนไปเยี่ยมชมสถานที่ดังกล่าวจำนวนมาก แต่ยังมีคนส่วนน้อยที่จะรู้จักฮ่อมจ๊อม

ฮ่อมจ๊อมนั้นอยู่ไม่ไกลจากจังหวัดแพร่มากนัก หากเดินทางไปเที่ยวชมแพะเมือผีจังหวัดแพร่แล้ว สามารถเดินทางไปเที่ยวต่อที่จังหวัดน่านได้ไม่ยาก อีกทั้งจังหวัดน่านเองก็มีความสวยงาม เงียบสงบ มีใครบางคนเคยบอกไว้ว่า จังหวัดน่านนาน ๆ เจอกัน เนื่องจากจังหวัดน่านเป็นจังหวัดที่ไม่ค่อยมีคนผ่านมาแวะเที่ยวชมมากนัก และไม่ใช่จังหวัดที่จะผ่านไปเที่ยวจังหวัดอื่นต่อไป ฮ่อมจ๊อม เป็นคำที่ชาวบ้านใช้เรียกพื้นที่ดังกล่าว และฮ่อมจ๊อมนี้เองยังเคยเป็นคอกเสือ โดยไล่ต้อนเสือไปยังคันสันดินที่ธรรมชาติ และปลิดชีวิตสัตว์ร้าย ณ คอกเสือนั้น นับเป็นเชาว์ปัญญาชาวบ้านที่ใช้ชัยภูมิพื้นที่ ที่คุ้นชินในการแก้ปัญหาสัตว์เลี้ยงอย่าง ม้า วัว ควายถูกจับกิน

อย่างไรก็ดีการท่องเที่ยวในทุกสถานที่มีความพิเศษที่แตกต่างกันออกไป ทั้งจังหวัดน่านและจังหวัดแพร่มีวัฒนธรรมดำเนินชีวิตที่น่าสนใจไม่แพ้กัน การไปท่องเที่ยวในทั้ง 2 จังหวัดจะทำให้ได้พบประสบการณ์ที่ดีเยี่ยมอย่างที่หาคำใดมาพรรณนาไม่ได้เลยนอกจากการได้สัมผัสด้วยตัวเอง