“บุรีรัมย์ คาสเซิล” สรวงสวรรค์ของครอบครัวแฟนกีฬา

แฟนบอลพันธุ์แท้จำนวนไม่น้อย ต้องประสบปัญหาในการจัดสรรเวลาเพื่อเชียร์ฟุตบอลทีมโปรด ควบคู่ไปกับการใช้เวลาช่วงวันหยุดร่วมกับคนในครอบครัวที่ไม่ได้ติดตามฟุตบอล จนบางครั้งต้องจำใจเลือกเพียงสิ่งใดสิ่งหนึ่ง แต่สำหรับแฟนบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ดแล้ว พวกเขาสามารถให้เวลากับครอบครัวไปพร้อม ๆ กับการเชียร์ทีมรักชนิดติดขอบสนามได้ในเวลาเดียวกันที่ “บุรีรัมย์ คาสเซิล”

                บุรีรัมย์ คาสเซิล คือ ไลฟ์สไตล์คอมมูนิตี้มอลล์ขนาดใหญ่ อันแน่นไปด้วยที่กิน ที่ช้อปปิ้ง และที่พักผ่อนหย่อนใจ โดยตั้งอยู่ด้านข้างของ “ช้าง อารีน่า” สนามฟุตบอลประจำทีมบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ชนิดที่เดินเพียงไม่กี่ก้าวก็ถึง ทำให้แฟนบอลพ่อบ้าน สามารถใช้เวลาก่อนเกมร่วมกับครอบครัว ก่อนจะเข้าไปชมเกมในสนามโดยที่ภรรยาและลูก ๆ ยังคงมีกิจกรรมระหว่างเกมการแข่งขันไปด้วย หรือจะฆ่าเวลาก่อนเกมด้วยการเข้าไปเลือกวางเดิมพันบนเว็บ VWIN ก็ทำได้อย่างสะดวก

                บุรีรัมย์ คาสเซิล ใช้เงินลงทุนถึง 370 ล้านบาท เนรมิตพื้นที่ขนาด 93,000 ตารางเมตร ให้กลายเป็นชุมชนรอบปราสาทหินเหมือนเมื่อครั้งอดีต โดยใช้พื้นที่กว่า 14,000 ตารางเมตร ในการสร้าง “ปราสาทหินพนมรุ้งจำลอง” ขนาดเท่าของจริง ใช้ช่างฝีมือแกะสลักหินทุกก้อนอย่างประณีต และจัดเรียงหินตามหลักการสร้างปราสาทแบบโบราณ อีกทั้งยังกำหนดทิศทางของปราสาทให้สอดคล้องกับการตกของพระอาทิตย์ เพื่อให้ลำแสงอาทิตย์ส่องผ่านประตูปราสาทเช่นเดียวกับที่ปราสาทพนมรุ้ง นักท่องเที่ยวไม่ต้องเดินทางไกลเพื่อสัมผัสปรากฏการณ์ที่น่าตื่นตานี้อีกต่อไป

                ถัดจากตัวปราสาทไม่ไกล เป็นที่ตั้งของ “สวนศิวะ 12” สวนสาธารณะขนาดใหญ่ ที่ออกแบบและจัดโดยสวนนงนุช สวนชื่อดังของเมืองไทย ซึ่งเปลี่ยนพื้นที่กว่า 35,000 ตารางเมตร ให้เต็มไปด้วยต้นไม้หายากนานาพันธุ์ สวนกล้วยไม้ สวนตะบองเพชร และแลนด์มาร์คสำคัญประจำสวน “มหาศิวลึงค์” ทำจากหินทรายขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ด้วยความสูงถึง 9 เมตร รายรอบด้วยแผ่นศิลาหินทรายสลักรูป “กามาสูตร” ซึ่งเปรียบได้ดั่งจุดกำเนิดของจักรวาล

                ในส่วนของอเวนิว เป็นศูนย์รวมอาหารไว้มากมายครบทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นร้านอร่อยประจำท้องถิ่น หรือแม้แต่ร้านอาหารและเครื่องดื่มแบรนด์ดังระดับประเทศ ให้นักท่องเที่ยวได้เลือกสรรความอร่อยตามต้องการ นอกจากนั้นยังรายล้อมไปด้วยร้านเสื้อผ้า ของใช้ และของที่ระลึกต่าง ๆ ให้ผู้มาเยือนได้เลือกช้อปกันอย่างจุใจ ตั้งแต่เวลา 10.00 – 21.00 น. ในทุกวัน

                ไม่เพียงเท่านั้น ในวันที่ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ลงสนามในฐานะทีมเยือน บริเวณลานกิจกรรมของบุรีรัมย์ คาสเซิล จะจัดทีวีจอยักษ์เพื่อถ่ายทอดสดการแข่งขันให้แฟนบอลเซาะกราวได้รวมตัวส่งกำลังใจเชียร์ทีมรักไปด้วยกัน

                เมื่อการใช้ชีวิตสอดคล้องกลมกลืนกัน บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด จึงผูกพันกับทุกครอบครัวอย่างแน่นแฟ้น และด้วยแนวคิดที่เชื่อมโยงสโมสรและแฟนบอลไว้ทั้งครอบครัวนี่เอง จึงไม่แปลกใจที่ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด จะเป็นที่รักของแฟนบอลทุกเพศ ทุกวัย ไม่เพียงแต่ในจังหวัดบุรีรัมย์เท่านั้น แต่ยังครองใจแฟนบอลทั่วทั้งประเทศ

ไปดูบอลถึงสนามแข่งดีอย่างไร ทำไมใคร ๆ ก็อยากไปดูสักครั้ง

เคยสงสัยไหมว่าทำไมใคร ๆ ก็อยากไปดูบอลถึงสนามแข่งดูสักครั้ง ทั้งที่การดูผ่านโทรทัศน์หรือเว็บดูบอลออนไลน์ก็ได้ทราบผลการแข่งขันเหมือนกัน ซึ่งเราก็ได้รวบรวมเหตุผลที่ทำให้ใครก็อยากไปดูบอลถึงสนามแข่งมาบอกกันดังนี้

1.ได้บรรยากาศที่เร้าใจมากกว่า

          การไปดูบอลถึงสนามแข่งคุณจะได้บรรยากาศที่มีความเร้าใจและน่าตื่นเต้นมากกว่า เพราะได้เห็นการแข่งขันแบบใกล้ชิด มองเห็นสนามแข่งในทุกมุมมองจึงทำให้เกิดอรรถรสในการชมมากกว่าการดูบอลผ่านทางโทรทัศน์หลายเท่าเลยทีเดียว แถมยังได้ส่งเสียงร้องเชียร์อย่างเต็มที่อีกด้วย ซึ่งแฟนบอลส่วนใหญ่ก็ล้วนอยากไปสัมผัสบรรยากาศแบบนี้กันทั้งนั้น

2.มีรูปสวย ๆ มาอวดเพื่อน

          เมื่อไปดูการแข่งขันฟุตบอลถึงสนามจริง คุณจะได้ถ่ายรูปสวย ๆ มาอวดเพื่อนว่าได้ไปดูฟุตบอลถึงสนามแข่งมาแล้ว ทั้งยังได้เก็บเป็นภาพความทรงจำดี ๆ ที่ครั้งหนึ่งในชีวิตเคยได้ไปเยือนสนามแข่งมาอีกด้วย ซึ่งเพื่อน ๆ จะต้องอิจฉาคุณอย่างแน่นอน

3.ได้รู้จักผู้คนเพิ่มขึ้น

          ณ สนามแข่งกีฬา จะมีผู้คนจากหลายประเทศมารวมตัวกันอยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งการมาชมการแข่งขันถึงสนามแข่งก็จะเป็นการเปิดโอกาสให้คุณได้รู้จักผู้คนเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะหากเจอคนที่ชอบทีมเดียวกันด้วยแล้วก็จะได้เพื่อนที่พูดคุยถูกคอกันอย่างแน่นอน แต่ทั้งนี้ก็อย่าไว้วางใจใครมากเกินไป เพราะบางคนอาจไม่ได้เข้าหาคุณด้วยเจตนาดีก็ได้

4.เป็นการพักผ่อนหย่อนใจ

          การได้ไปเที่ยวดูบอลถึงต่างประเทศก็ถือเป็นการได้พักผ่อนหย่อนใจไปด้วย เพราะคุณได้ปล่อยตัวปล่อยใจอย่างเต็มที่ไปกับสิ่งที่คุณชอบ โดยไม่มีเรื่องงานเข้ามา อีกทั้งนอกจากไปดูบอลแล้วก็ยังสามารถไปเที่ยวตามสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจในบริเวณใกล้เคียงได้อีกด้วย ดังนั้นใคร ๆ จึงอยากไปดูบอลถึงสนามแข่งดูสักครั้ง ซึ่งก็ถือว่าเป็นการพักผ่อนไปในตัวด้วยนั่นเอง

5.ได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์

          การเดินทางไปดูบอลถึงต่างประเทศก็จะทำให้คุณได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์ใหม่ ๆ มากขึ้น ซึ่งก็ถือเป็นเรื่องที่ดีมากทีเดียว ทั้งยังได้เรียนรู้ว่าการเข้าไปดูบอลถึงสนามแข่งนั้นต้องทำอย่างไรบ้าง โดยคนที่ไม่ได้ไปดูถึงที่จะไม่มีวันได้รู้นั่นเอง ซึ่งใครที่ชื่นชอบการหาประสบการณ์ใหม่ ๆ อยู่แล้ว ก็มักจะไม่พลาด

          เห็นไหมว่าการไปชมการแข่งขันฟุตบอลถึงสนามแข่งในต่างประเทศก็มีข้อดีมากมายทีเดียว จึงทำให้แฟนบอลทั้งหลายอยากลองไปดูถึงที่สักครั้ง ซึ่งการไปดูบอลต่างประเทศนั้นคุณจะต้องเตรียมตัวให้พร้อม ทั้งเรื่องการจองตั๋วเครื่องบิน ตั๋วเข้าชมฟุตบอล รวมถึงการจองโรงแรมที่พัก เพื่อจะได้ไม่มีปัญหานั่นเอง หรือไม่ก็อาจจะซื้อทัวร์ดูบอลโดยเฉพาะเลยก็ได้ เพราะมีความสะดวกง่ายดายมากกว่า แถมยังช่วยเซฟเงินได้ดีอีกด้วย

ซื้อทัวร์ดีไหม ถ้าอยากดูการแข่งขันกีฬาในต่างประเทศ

หลายคนอยากไปเที่ยวดูการแข่งขันกีฬาในต่างประเทศ แต่ก็ลังเลอยู่ใช่ไหมว่าควรซื้อทัวร์ดีไหม ซึ่งก็มีหลายบริษัททัวร์ที่เปิดให้บริการพาเที่ยวชมการแข่งขันกีฬาโดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็นทัวร์ดูบอลหรือทัวร์กีฬาอื่น ๆ ก็ตาม ดังนั้นเราจะพาคุณมาดูกันว่าการไปเที่ยวกับทัวร์ดีอย่างไรบ้าง เพื่อให้คุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้นนั่นเอง

ประหยัดค่าใช้จ่ายได้ดี

          การเที่ยวกับทัวร์จะทำให้คุณเซฟค่าใช้จ่ายได้ดี เพราะส่วนใหญ่จะได้ตั๋วในราคาที่ถูกกว่าการเดินทางด้วยตัวเอง และเมื่อคิดเฉลี่ยค่าใช้จ่ายในส่วนอื่น ๆ ที่ทางบริษัททัวร์จัดการให้ด้วยแล้วก็ประหยัดไปได้เยอะ แถมคุ้มค่ามากอีกด้วย ที่สำคัญการไปเที่ยวกับทัวร์จะมีกำหนดการที่ชัดเจนจึงไม่ทำให้งบประมาณที่ตั้งไว้บานปลายอย่างแน่นอน

มีคนจัดการให้พร้อมทุกเรื่อง

          แค่ซื้อทัวร์ดูการแข่งขันกีฬาต่างประเทศคุณก็ไม่ต้องยุ่งยากกับการจัดการอะไรอีก เพราะทางบริษัททัวร์จะดำเนินการให้ทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการจองตั๋วเครื่องบิน จองที่พัก หรือการซื้อตั๋วเข้าชมการแข่งขัน          ซึ่งคุณเพียงแค่เตรียมเงินที่จะนำไปใช้จ่ายส่วนตัวและจัดกระเป๋าเดินทางตามกำหนดเท่านั้น สะดวกสบายแบบนี้จะพลาดไม่ได้เลยเชียว

ได้ทั้งดูกีฬาทั้งท่องเที่ยว

          บริษัททัวร์ส่วนใหญ่จะไม่ได้จัดทัวร์แค่ไปชมการแข่งขันอย่างเดียวเท่านั้น แต่จะมีการพาเที่ยวตามสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ ที่น่าสนใจด้วย เรียกได้ว่าเป็นการซื้อทัวร์ที่คุ้มค่ามากจริง ๆ โดยทั้งนี้ก็จะมีแพ็คเกจทัวร์ให้เลือกหลายแบบ ซึ่งคุณสามารถเลือกซื้อแพ็คเกจทัวร์ที่มีสถานที่ท่องเที่ยวที่อยากไปได้เลย

อิ่มอร่อยกับอาหารเด็ดตลอดการเดินทาง

          เมื่อซื้อทัวร์ชมการแข่งขันกีฬาหรือทัวร์ดูบอล ไม่ต้องกังวลเรื่องอาหารการกินเลย เพราะทัวร์จะมีการจัดอาหารมื้อเด็ดให้กับทุกท่านตลอดการเดินทาง ซึ่งก็รับรองเลยว่าแต่ละมื้อจะมีแต่เมนูอร่อย ๆ ถูกใจคุณอย่างแน่นอน ไม่แน่นะคุณอาจติดใจจนอยากกลับมาใช้บริการทัวร์บ่อย ๆ เลยล่ะ

มีไกด์คอยให้คำแนะนำ

          แค่ซื้อทัวร์ดูกีฬาต่างประเทศ คุณก็จะได้ไกด์พ่วงมาด้วยทันที โดยไกด์จะทำหน้าที่คอยแนะนำอย่างใกล้ชิด พร้อมบอกกฎข้อบังคับการเข้าใช้สถานที่อย่างละเอียด เพื่อที่คุณจะได้ไม่เผลอทำผิดกฎจนเกิดปัญหาได้นั่นเอง

รับผิดชอบความเสียหายที่เกิดขึ้น

          กรณีที่มีความเสียหายระหว่างการเดินทาง ซึ่งอยู่ในการดูแลของบริษัททัวร์ ทางบริษัทจะรับผิดชอบต่อสิ่งที่เกิดขึ้น จึงทำให้คุณรู้สึกสบายใจได้เลย

          ได้รู้ข้อดีของการซื้อทัวร์ชมกีฬาต่างประเทศกันไปแล้ว ก็ลองพิจารณากันดูว่าควรซื้อทัวร์ดีหรือไม่ ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับความสะดวกของแต่ละคนด้วย แต่หากต้องการความสะดวกสบายและเที่ยวดูการแข่งขันกีฬาได้อย่างสบายใจ ก็ต้องซื้อทัวร์กันเลย โดยเลือกบริษัททัวร์ที่มีความน่าเชื่อถือและเป็นที่รู้จักสักนิด เพื่อป้องกันการถูกหลอกลวงจากพวกมิจฉาชีพนั่นเอง

5 เรื่องที่ต้องรู้ เพื่อการเที่ยวดูบอลต่างประเทศอย่างปลอดภัย

เมื่อถึงช่วงการแข่งขันฟุตบอลคู่โปรด แน่นอนว่าหลายคนคงไม่อยากพลาดการไปชมการแข่งขันฟุตบอลถึงสนามแข่งหรอกจริงไหม ซึ่งหากคุณกำลังคิดจะไปดูบอลต่างประเทศ วันนี้เราก็มี 5 เรื่องที่ต้องรู้เพื่อการไปเที่ยวดูบอลอย่างปลอดภัยมาแนะนำกันด้วย ไปดูกันเลยว่ามีเรื่องอะไรบ้าง

1.อย่าหลงเชื่อ ตั๋วบอลราคาถูก

          ไม่ทันได้ออกเดินทางก็ถูกหลอกโกงเงินไปกับค่าตั๋วซะแล้ว แบบนี้คงไม่ดีแน่ เพราะฉะนั้นอย่าได้หลงเชื่อพวกเว็บไซต์หรือคนที่มาเสนอขายตั๋วดูบอลที่ราคาถูกเกินเด็ดขาด เพราะอาจเป็นมิจฉาชีพที่เมื่อได้เงินค่าตั๋วจากคุณไปแล้วก็จะชิ่งหนีในทันที หรืออีกจำพวกคือนำตั๋วปลอมมาขาย ซึ่งคุณจะต้องดูให้ดีว่าเป็นตั๋วจริงหรือไม่

2.เก็บของมีค่าให้มิดชิด

          ไปเที่ยวดูบอลในสถานที่ที่มีคนเยอะแยะแบบนี้ จะต้องเก็บของมีค่าไว้ให้มิดชิดอย่านำออกมาไว้ในจุดที่อาจถูกขโมยหรือโดนกระชากได้ง่ายเด็ดขาด รวมถึงจะต้องระวังกระเป๋าสะพายหรือกระเป๋าสตางค์ของคุณให้ดี อย่ามัวแต่เชียร์บอลจนเพลิน เพราะนั่นจะทำให้พวกมิจฉาชีพสามารถใช้โอกาสนี้ขโมยไปได้ง่ายนั่นเอง

3.ควรชวนเพื่อนไปดูบอลด้วย

          การไปดูบอลต่างประเทศตามลำพัง หากมีปัญหาเกิดขึ้นจะช่วยเหลือตัวเองได้ยากโดยเฉพาะผู้หญิง ดังนั้นแนะนำให้ชวนเพื่อนไปดูบอลด้วยจะดีกว่า ซึ่งการไปเที่ยวดูบอลเป็นหมู่คณะหรือไปหลาย ๆ คน ย่อมปลอดภัยมากกว่าการไปคนเดียวอย่างแน่นอน นอกจากนี้การไปเที่ยวดูบอลกับทัวร์ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจมากทีเดียว

4.นอนพักผ่อนให้เพียงพอก่อนไปดูบอล

          ก่อนไปดูบอลควรนอนพักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อให้ร่างกายมีความกระปรี้กระเปร่าและพร้อมรับทุกสถานการณ์หากมีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้น ดังนั้นคุณควรไปให้ถึงประเทศที่จะดูบอลอย่างน้อย 1 วัน เพื่อจะได้นอนพักให้เต็มที่หลังจากเดินทางเหนื่อย ๆ ก่อนไปสนุกกับการดูบอลในวันต่อไปนั่นเอง อีกทั้งการเดินทางไปถึงล่วงหน้ายังทำให้คุณได้ศึกษาเส้นทางก่อนด้วยว่าต้องเดินทางไปสนามแข่งอย่างไร มีรถประจำทางสายไหนให้บริการบ้างและค่าใช้จ่ายเท่าไหร่

5.อย่าไว้ใจคนแปลกหน้า

          ในสนามแข่งขันอาจมีคนเข้ามาทักทายพูดคุย ซึ่งคุณสามารถตอบตามมารยาทได้แต่ไม่ควรถึงขั้นไว้วางใจคนแปลกหน้าเด็ดขาด เพราะเราไม่อาจรู้เลยว่าเขามีเจตนาร้ายแอบแฝงหรือไม่ ดังนั้นควรระวังตัวเองไว้ก่อนจะดีที่สุด

          การไปเที่ยวดูบอลต่างประเทศจะต้องเซฟความปลอดภัยให้กับตัวเองอยู่เสมอ เพราะอาจมีพวกมิจฉาชีพเข้ามาหลอกลวงหรือขโมยสิ่งของมีค่าได้ง่าย เพราะฉะนั้นควรเตรียมพร้อมเรื่องความปลอดภัยให้กับตัวเองก่อนออกเดินทาง รวมถึงพยายามอย่าแยกออกมาจากกลุ่มเพื่อนตามลำพัง ซึ่งหากคุณระมัดระวังเป็นอย่างดี การท่องเที่ยวดูบอลของคุณในครั้งนี้ก็จะเต็มไปด้วยความสนุก คุ้มค่า และได้ความทรงจำดี ๆ ที่น่าจดจำไปอีกยาวนานเลยล่ะ

“ท้องฟ้าจำลอง” สถานที่ที่ไม่ได้เหมาะแค่กับเด็กน้อย

“ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา” เรียกได้ว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงวิทยาศาสตร์ ที่ถูกก่อตั้งขึ้นครั้งแรกในปี พ.ศ.2495
ในนาม “กองอุปกรณ์การศึกษา” โดยท้องฟ้าจำลองกรุงเทพและหอดูดาว ถูกอนุมัติให้สร้างขึ้นภายใต้การดูแลของกองอุปกรณ์การศึกษา โดย มล.ปิ่น มาลากุล ซึ่งดำรงตำแหน่งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการศึกษาธิการในขณะนั้น โดยได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และพระนางเจ้าสิริกิติ์เสด็จพระราชดำเนินมาทรงประกอบพิธีเปิดให้เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม พ.ศ.2507 ซึ่งเป็นวันวิทยาศาสตร์แห่งชาติพอดี โดยในเวลาต่อมากองอุปกรณ์การศึกษาก็ถูกเปลี่ยนชื่อมาเป็น ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา ในปี พ.ศ.2537

หากเพื่อน ๆ คนใดสนใจเข้าเยี่ยมชมที่ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา ก็สามารถทำได้ไม่ยากเย็นอะไร  เพียงแค่โดยสาร รถไฟฟ้า BTS มาลงที่สถานีเอกมัย แล้วเดินต่อมาอีกหน่อยก็จะพบกับบริเวณที่เป็นจุดจำหน่ายบัตรเพื่อเข้าชมนิทรรศการต่าง ๆ และท้องฟ้าจำลอง โดยราคาบัตรเข้าชมท้องฟ้าจำลองนั้นแบ่งเป็น 2 ราคา คือรอบภาษาไทย (ผู้ใหญ่ 30 บาท และ 20 บาท สำหรับเด็ก ๆ) กับอีกประเภทที่เป็นรอบภาษาอังกฤษ (ผู้ใหญ่ 50 บาท และ 30 บาท สำหรับเด็ก ๆ) นอกจากนี้ยังมีบัตรเข้าชมนิทรรศการประเภทอื่น ๆ เช่น พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์, โลกใต้น้ำ และส่วนที่จัดแสดงธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ให้เด็ก ๆ และผู้ปกครองเลือกเข้าชมตามอัธยาศัย

สำหรับใครก็ตามที่หลงใหลการดูดาวเป็นชีวิตจิตใจ ขอบอกเลยว่าท่านไม่ควรพลาดที่จะมาเยี่ยมชมที่ ณ ท้องฟ้าจำลองกรุงเทพดูสักครั้ง และไม่ว่าท่านจะเป็นเด็ก หรือวัยหนุ่มสาว ก็สามารถมาท่องเที่ยวได้อย่างไม่จำเป็นต้องเขินอาย อย่างที่เขาบอกกันว่าต่อให้เราโตแค่ไหน ผ่านวุฒิการศึกษาอะไรมามากน้อยเพียงใดก็ตาม แต่การเรียนในชีวิตนี้ไม่มีที่สิ้นสุด ยังมีอีกหลากหลายเรื่องราวที่เรายังไม่เคยพบ เคยเจอ หรือเคยรู้มาก่อน ดังนั้นขอให้เปิดใจให้กว้าง แล้วเตรียมพบกับความตื่นตาตื่นใจที่เจ้าหน้าที่และทางหน่วยงานได้จัดเตรียมไว้คอยให้บริการอยู่ และสำหรับใครที่เคยมาท่องเที่ยวแล้วนั้น ก็ไม่ต้องกังวลว่าจะรู้สึกเบื่อหรือไม่สนุก ไม่น่าสนใจเหมือนเมื่อที่เคยมาครั้งแรก เพราะทางหน่วยงานได้มีการปรับปรุงเครื่องไม้เครื่องมือต่าง ๆ ให้มีความทันสมัยอยู่ตลอดเวลานั่นเอง

ส่วนแสดงท้องฟ้าจำลองประกอบไปด้วยห้องมืด ที่เรียกว่า “ห้องฉายดาว” ซึ่งเป็นห้องทรงกลมสูงประมาณ 3 เมตร มีเส้นผ่านศูนย์กลางห้องประมาณ 20.60 เมตร โดยใช้แผ่นอลูมิเนียมสีขาวที่มีความพรุนบุเป็นเพดานของโดมเพื่อรับภาพแสงของดวงดาวที่จะถูกฉายออกมาจากเครื่องฉายดาวของบริษัทสัญชาติเยอรมนี อย่าง คาร์ล ไซซ์ ซึ่งให้บริการเครื่องฉายดวงดาวระบบเลนส์ ใครก็ตามที่มีโอกาสได้ดูดาวจากเครื่องฉายนี้ขอให้ภูมิใจเถิดว่าได้มีโอกาสดูดาวจากเครื่องฉายดาวสุดไฮเทค ที่มีระบบการทำงานค่อนข้างซับซ้อน และเป็นเครื่องแรกที่มีขนาดใหญ่ในภูมิภาคเอเชียอาคเนย์

และนอกจากส่วนการแสดงต่าง ๆ ในห้องโดมแล้ว เพื่อน ๆ ยังสามารถหาความรู้ทางด้านดาราศาสตร์เพิ่มเติมได้จากนิทรรศการที่จัดอยู่ในห้องใกล้เคียง อันประกอบไปด้วย “นิทรรศการส่วนโลกดาราศาสตร์ ชีวิตสัมพันธ์กับดวงดาวอย่างไร โลกและการกำเนิดชีวิต ความเป็นไปในเอกภพ และมนุษย์กับการสำรวจอวกาศ” เรียกได้ว่า ณ ที่นี้ เด็กมาได้ ผู้ใหญ่มายิ่งดี เพราะว่ามาที่นี่ให้ทั้งสาระความรู้  ความสนุกสนานและความบันเทิงอย่างครบครัน

ท่องเที่ยวด้วยใจไปกับรถไฟสายมรณะ ที่กาญจนบุรี

หากนึกถึงการท่องเที่ยวด้วยรถไฟแล้วล่ะก็ จังหวัดหนึ่งที่มักจะถูกนักท่องเที่ยวทั้งหลายนึกถึงมาเป็นอันดับต้น ๆ ก็คงจะหนีไม่พ้นจังหวัดที่มากไปด้วยสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติอันหลากหลายและสวยงามที่ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของประเทศไทยอย่างจังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งการเดินทางไปก็สุดแสนจะง่ายดาย เนื่องจากว่าทางการรถไฟแห่งประเทศไทยได้จัดตารางการท่องเที่ยวแบบไปเช้าเย็นกลับไว้ให้กับนักท่องเที่ยวทุกท่านที่สนใจเรียบร้อยแล้ว

แค่ท่านกำเงินประมาณ 120 บาท สำหรับรถนั่งธรรมดาชั้น 3 หรือ 240 สำหรับรถนั่งปรับอากาศชั้น 2 แล้วเดินเข้าไปซื้อตั๋ว เพียงเท่านี้ท่านก็มีโอกาสเป็นหนึ่งในนักท่องเที่ยวที่ได้มีโอกาสไปดื่มด่ำกับบรรยากาศแห่งประวัติศาสตร์ในเส้นทางรถไฟสายมรณะนี้ แต่ต้องแอบกระซิบกันก่อนว่าไม่ใช่ใครก็ได้ที่จะสามารถได้สิทธิ์นี้ เพราะต้องบอกเลยว่าเส้นทางนี้เป็นเส้นทางยอดฮิตของนักท่องเที่ยวที่ชอบเดินทางโดยรถไฟ ดังนั้นถ้าจะให้ดีท่านควรจองตั๋วล่วงหน้าก่อนการเดินทางซักระยะเวลาหนึ่งจะเป็นการดีที่สุด ซึ่งการจองตั๋วก็สามารถทำได้ง่ายดาย ทั้งแบบจองออนไลน์ หรือจองผ่านศูนย์บริการข้อมูลลูกค้าสัมพันธ์ ที่หมายเลข 1690 เพียงเท่านี้ท่านก็อุ่นใจได้เลยว่าท่านจะไม่ตกรถไฟขบวนนี้อย่างแน่นอน

สำหรับตารางการเดินทางนั้น รถไฟขบวนนี้จะออกจากกรุงเทพ ที่สถานีรถไฟหัวลำโพงเวลา 06.30 น. จากนั้นสถานที่แรกที่จะไปแวะพัก ก็คือ สถานีรถไฟนครปฐม โดยที่จุดแรกนี้นักท่องเที่ยวจะได้มีโอกาสไปสักการะองค์พระปฐมเจดีย์ เป็นระยะเวลาประมาณ 40 นาที หรือหากใครใคร่เดินเลือกซื้อของกินบริเวณแถว ๆ สถานีรถไฟนั้นก็ย่อมทำได้ เนื่องจากบริเวณนั้นจะมีพ่อค้าแม่ขายมาคอยบริการนักท่องเที่ยวให้ได้เลือกซื้อเลือกหาสินค้าตามความพึงพอใจ แต่ต้องบอกก่อนเลยว่าหากใครที่ต้องการไปสักการะองค์พระปฐมเจดีย์แล้วล่ะก็ ควรรีบทำเวลาให้ดีดี เนื่องจากดูเผิน ๆ ระยะทางจากตัวสถานีมาถึงองค์พระฯ อาจดูไม่ไกลมากนัก แต่เชื่อเถอะว่าหากมัวอ้อยอิ่งอาจทำให้ท่านต้องตกรถไฟได้

ต่อจากนั้นรถไฟจะพาท่านไปแวะพักอีกทีบริเวณสะพานข้ามแม่น้ำแคว เวลาประมาณ 09.35 น. เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้มีโอกาสลงไปถ่ายรูปกับวิวแม่น้ำและสะพาน ซึ่งเป็นอีกหนึ่งไฮไลท์สำคัญของการท่องเที่ยวในครั้งนี้ นอกจากนี้หากใครใจดีก็อาจจะทำบุญเพื่อช่วยบริจาคทุนการศึกษาให้กับเด็ก ๆ ที่มักจะมาตั้งวงดนตรีร้องเพลงเพื่อหาเงินค่าเล่าเรียนเล็ก ๆ น้อย ๆ พอให้เป็นสีสันแก่สถานที่แห่งนี้ได้มากพอสมควร

จากนั้นเวลาประมาณ 11.00 น. ขบวนรถไฟก็จะเดินทางถึงถ้ำกระแซอันเป็นอีกหนึ่งสถานที่สำคัญ ที่เกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์การสร้างทางรถไฟอันลือเลื่องในอดีต เมื่อครั้งเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 และต่อจากนั้นท่านจะเดินทางถึงยังบริเวณสถานีรถไฟน้ำตกไทรโยคน้อย ทุกคนก็ได้เวลาแยกย้ายไปพักผ่อนตามอัธยาศัย บางคนก็ไปเล่นน้ำตกกันอย่างสนุกสนานเพลิดเพลิน หรือบางคนอาจหาอาหารกลางวันรับประทานกันอย่างเอร็ดอร่อย

แต่สำหรับใครที่คิดว่ายังเดินทางไม่จุใจก็อาจจะเหมาสองแถว หรือเช่ารถมอเตอร์ไซค์ขับต่อไปยังสถานที่อันเป็นอีกหนึ่งตำนานประวัติศาสตร์อย่างช่องเขาขาด ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากจุดแวะพักของรถไฟมากนัก บอกเลยว่าการได้ขับมอเตอร์ไซค์ท้าทายลมแห่งขุนเขาประกอบกับวิวสองข้างทางนั้นช่างคุ้มค่ากับเวลาที่มีอยู่อย่างจำกัดจริง ๆ แต่อย่างไรก็ดีท่านจะต้องคอยควบคุมเวลาของท่านให้ดีดี มิเช่นนั้นขากลับท่านอาจต้องอาศัยรถโดยสารประเภทอื่นกลับกรุงเทพแทนรถไฟก็เป็นได้

สำหรับช่วงการเดินทางขากลับนั้น เมื่ออิ่มเอมกับการชมวิวทั้งทิวเขาและแม่น้ำจากขามาแล้ว ก็เหลือเพียงแค่ลุ้นให้รถไฟของท่านแล่นให้เร็วพอที่จะสามารถแวะเที่ยวชมสุสานทหารพันธมิตรที่จะปิดทำการในเวลา 17.00 น. ให้จงได้ แต่หากไม่ทัน ก็เพียงแค่ย้อมใจด้วยของกินอร่อย ๆ ที่พนักงานรถไฟจะคอยถามไถ่ให้ท่านสั่งอาหารอยู่เป็นระยะ ๆ ขอบอกเลยว่าของกินที่จะพลาดไปเสียไม่ได้ในทริปนี้ หลังจากที่เหน็ดเหนื่อยมาตลอดทั้งวันนั้น ก็คือ ก๋วยเตี๋ยวแห้ง  เป็ดทอด และขนมหม้อแกงรสชาติดี และเมื่ออิ่มหนำสำราญกับอาหารต่าง ๆ เป็นที่เรียบร้อย ก็ถึงเวลาที่จะต้องแยกย้ายจากสหายนักเดินทางทั้งหลาย เพราะเวลาประมาณ 19.25 น. นั้น รถไฟก็จะถึงกรุงเทพโดยสวัสดิภาพนั่นเอง

ไปเมื่อไรตกหลุมรักเมื่อนั้นกับตัวเมืองเล็ก ๆ นามว่า “อุทัยธานี”

“อุทัยธานี” เป็นหนึ่งในจังหวัดที่ตั้งอยู่ภาคกลางของประเทศไทย มีแม่น้ำที่สำคัญไหลผ่านด้วยกันสองสาย คือ แม่น้ำเจ้าพระยา และแม่น้ำสะแกกรัง หากถามนักท่องเที่ยวทั่ว ๆ ไปแล้ว สถานที่ท่องเที่ยวในตัวเมืองอุทัยธานีนั้น ดูเหมือนจะเป็นตัวเลือกที่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ไม่ค่อยจะนึกถึงกันมากสักเท่าไหร่ บางคนก็อาจจะมีโอกาสแค่ผ่านไปผ่านมากับถนนสายหลักที่ใช้เดินทางขึ้นเหนือได้อีกหนึ่งเส้นทาง แต่เชื่อเหลือเกินว่าหากใครก็ตามที่ได้มีโอกาสแวะเวียนเข้ามาเที่ยวยังตัวเมืองอุทัยธานีแห่งนี้ ก็คงจะตกหลุมรักเมืองเล็ก ๆ แห่งนี้ได้ไม่ยาก

ดูเผิน ๆ แล้วตัวเมืองอุทัยธานีอาจไม่ได้มีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าตื่นตาตื่นใจมากเท่ากับสถานที่ท่องเที่ยวในจังหวัดอื่น แต่หากพิจารณาให้ดีแล้วมนต์เสน่ห์ที่ชวนให้หลงใหลก็คงจะเป็นความสงบเงียบ และการดำเนินชีวิตของชาวบ้านในชุมชนที่เป็นไปอย่างไม่รีบเร่งเฉกเช่นคนในเมืองใหญ่อื่น ๆ นี้เอง เพราะบางครั้งการที่เราได้มีโอกาสอยู่กับใจตนเองเงียบ ๆ ก็เป็นการพักผ่อนจิตใจที่ดีที่สุดอีกทางหนึ่งได้เหมือนกัน แต่จะว่าไปแล้วสถานที่ท่องเที่ยวไม่ว่าจะเป็นในตัวเมืองเอง หรือบริเวณใกล้เคียงก็มีให้นักท่องเที่ยวไปสัมผัส ไปเยี่ยมชมจำนวนไม่น้อยเหมือนกัน ยกตัวอย่างเช่น

วัดสังกัสรัตนคีรี

วัดสังกัสรัตนคีรี หรือที่รู้จักกันดีในชื่อวัดเขาสะแกกรัง เป็นวัดคู่บ้านคู่เมืองของเมืองอุทัยธานี โดยถูกสันนิษฐานว่าวัดนี้ถูกสร้างขึ้นตั้งแต่เมื่อปี พ.ศ.2443 ตั้งอยู่บนยอดเขาสะแกกรังซึ่งตั้งอยู่บริเวณตะวันตกของตัวเมืองอุทัยธานี ทำให้สามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ของเมืองอุทัยธานีเบื้องล่าง ที่ถูกขนาบไปด้วยขุนเขาทางด้านซ้ายและแม่น้ำสะแกกรังทางด้านขวา ณ ที่แห่งนี้มีประเพณีที่สำคัญประจำจังหวัดอย่างประเพณีตักบาตรเทโว ที่มักจะถูกจัดขึ้นทุกปี ในทุก ๆ วันแรม 1 ค่ำ เดือน 11 ดังที่ระบุไว้ในคำขวัญของจังหวัดอุทัยธานี

วัดจันทาราม

วัดจันทาราม หรือที่มักจะได้ยินผู้คนที่เคยผ่านไปผ่านมาเรียกกันจนติดปากว่า “วัดท่าซุง” ภายในวัดมีสถาปัตยกรรมที่วิจิตรงดงาม อาทิ วิหารแก้ว 100 เมตร ซึ่งภายในประดับไปด้วยกระจกทั้งหลังและยังเป็นที่เก็บสังขารที่ไม่เน่าเปื่อยไปตามกาลเวลาของหลวงพ่อฤๅษีลิงดำอันเป็นที่นับถือของลูกศิษย์มากมาย ปราสาททองคำ (กาญจนาภิเษก) ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปมากมายที่ประชาชนผู้มีจิตศรัทธานำมาถวายไว้ พิพิธภัณฑ์สมบัติพ่อให้ ซึ่งเป็นที่จัดแสดงที่พักจำลองรวมทั้งข้าวของเครื่องใช้ต่าง ๆ ที่หลวงพ่อฤษีลิงดำเคยใช้ และที่พักปฏิบัติธรรมพินิจอักษร ที่มีไว้เพื่อให้ผู้ที่ต้องการมาปฏิบัติธรรม หรือแม้แต่บุคคลทั่วไปที่สนใจเข้ามาพักค้างคืนได้เพียงแต่ต้องทำตามกฎระเบียบที่ทางวัดวางไว้อย่างเคร่งครัดเท่านั้น โดยราคาค่าที่พักก็จะแตกต่างกันไปตามแต่ละประเภทของห้องพัก

นอกจากวัดวาอารามที่กล่าวถึงแล้ว เสน่ห์อีกอย่างหนึ่งของสถานที่แห่งนี้คงหนีไม่พ้นตลาดประจำเมือง ที่มีทั้งสถานที่ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์อย่าง พิพิธภัณฑ์บ้านจงรัก บ้านนกเขา ตลาดเก่าตรอกโรงยา และสถานที่อื่น ๆ ที่น่าไปท่องเที่ยวอย่างบริเวณที่ตั้งหมุดแผนที่โลก ณ ยอดเขาสะแกกรัง ที่สามารถใช้เป็นจุดชมวิวได้ทั้งยามพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตกดิน และสิ่งที่ขาดไปไม่ได้สำหรับที่นี่คือร้านขายของกินที่การันตีความอร่อยอย่างโกตี๋ข้าวมันไก่ เจ๊โหนกก๋วยเตี๋ยวไก่ ร้านบะหมี่ฮ่องเต้ และร้านไพพรรณขนมปังสังขยา เป็นต้น อย่างไรก็ดีหากใครมีโอกาสก็ขอให้ลองเปิดใจไปเที่ยวอุทัยธานี เมืองเล็ก ๆ ที่เงียบสงบแห่งนี้กันดูสักครั้ง แล้วเรามาดูกันว่าคุณจะตกหลุมรักสถานที่แห่งนี้จริงหรือไม่

เตรียมตัวอย่างไร ก่อนถึงวันออกเดินทางท่องเที่ยว

ก่อนถึงวันออกเดินทางท่องเที่ยวจะต้องมีการเตรียมตัวให้พร้อม เพื่อให้การเดินทางเต็มไปด้วยความสนุกและไม่มีปัญหาระหว่างเดินทาง โดยเราก็มีวิธีการเตรียมตัวมาฝากกันด้วย ไปดูกันเลยว่าต้องทำอย่างไรบ้าง

1.จัดกระเป๋าให้พร้อม

อันดับแรกก็ต้องจัดกระเป๋าเดินทางให้พร้อมกันก่อนเลย โดยเฉพาะเสื้อผ้า ของใช้ส่วนตัว และเอกสารที่สำคัญต่าง ๆ เมื่อถึงวันเดินทางจะได้ไม่ต้องวุ่นวายกับการเตรียมของและไม่ลืมสิ่งสำคัญไปนั่นเอง นอกจากนี้ควรเลือกกระเป๋าเดินทางให้เหมาะสมด้วย เช่น หากไปเที่ยวปีนเขา ตั้งแคมป์ในป่าก็ควรเลือกกระเป๋าแบบสะพายหรือกระเป๋าเป้เพื่อให้ง่ายต่อการเดินทางมากที่สุด

2.เตรียมวัตถุดิบทำอาหาร

สำหรับใครที่ต้องการทำอาหารไปรับประทานระหว่างทางก็ควรเตรียมวัตถุดิบล่วงหน้าอย่างน้อย 1 วัน เพื่อที่ตอนเช้าจะได้ตื่นมาทำอาหารได้ทันทีและไม่เสียเวลานั่นเอง ทั้งนี้แนะนำให้เลือกเป็นเมนูที่รับประทานได้ง่าย และใช้เวลาทำไม่นานจะดีที่สุด

3.นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ

ถ้าไม่อยากให้การเดินทางท่องเที่ยวต้องหมดสนุก แนะนำว่าควรนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอจะดีกว่า โดยเฉพาะคนที่ต้องทำหน้าที่ขับรถ เพราะฉะนั้นใครที่มักจะดูหนัง ฟังเพลง หรือเล่นเกมส์คาสิโนกับ VWIN ดึก ๆ เป็นประจำ ก็ควรเล่นให้น้อยลงไปก่อน แล้วเข้านอนให้เร็วขึ้น เพื่อเตรียมร่างกายให้พร้อมสำหรับการเดินทางในวันรุ่งขึ้นนั่นเอง

4.ตรวจเช็คสภาพรถ

ใครที่เดินทางท่องเที่ยวด้วยรถส่วนตัว จะต้องตรวจเช็คสภาพรถให้ดีก่อนว่ามีความพร้อมมากพอสำหรับการเดินทางครั้งนี้หรือไม่ โดยสิ่งสำคัญที่ต้องตรวจเช็คก็คือ ลมยางรถ ระบบเบรก หม้อน้ำ และเครื่องยนต์ นอกจากนี้อาจต้องเตรียมน้ำมันสำรองติดรถไปด้วย โดยเฉพาะหากเส้นทางที่คุณจะเดินทางไปหาปั๊มน้ำมันได้ยาก จะได้ไม่มีปัญหาน้ำมันหมดระหว่างทางเกิดขึ้น

5.ศึกษาเส้นทาง

หากสถานที่ท่องเที่ยวที่คุณจะเดินทางไป เป็นสถานที่ที่ไม่เคยไป ก็ควรศึกษาและทำความเข้าใจกับเส้นทางให้ดี จะได้ไม่หลงหรือเกิดอุบัติเหตุระหว่างเดินทาง นอกจากนี้อาจใช้ GPS มาช่วยในการนำทางด้วยก็ได้ โดยเลือกใช้ระบบ GPS ที่มีความแม่นยำและมีประสิทธิภาพในการใช้งานมากที่สุด

6.เช็คสภาพอากาศ

เพราะสภาพอากาศอาจมีการแปรปรวนได้เสมอ อยู่ดี ๆ ก็อาจมีพายุเข้าแบบไม่ทันตั้งตัว ดังนั้นจึงควรตรวจเช็คสภาพอากาศเป็นประจำ โดยเฉพาะเมื่อใกล้ถึงวันเดินทาง ซึ่งหากพบว่าอากาศไม่ค่อยเอื้ออำนวย เช่น ฝนตกหนัก มีพายุเข้า ก็ควรเลื่อนวันเดินทางออกไปจะดีที่สุด ทั้งนี้ก็เพื่อความปลอดภัยนั่นเอง

7.เซฟความปลอดภัยให้กับบ้าน

อีกหนึ่งสิ่งที่ควรเตรียมให้พร้อมก่อนเดินทางท่องเที่ยวก็คือการเซฟความปลอดภัยให้กับบ้านนั่นเอง ทั้งนี้ก็เพื่อความสบายใจตลอดการท่องเที่ยวว่าบ้านของคุณจะไม่ถูกโจรขึ้น โดยอาจรักษาความปลอดภัยด้วยการติดกล้องวงจรปิด จ้าง รปภ. มาดูแล หรือฝากให้คนข้างบ้านช่วยดูก็ได้

เพื่อให้การท่องเที่ยวเต็มไปด้วยความสนุก และไม่มีปัญหาเกิดขึ้น มาเตรียมตัวให้พร้อมก่อนถึงวันออกเดินทางกันดีกว่า และ 7 ข้อนี้ก็คือสิ่งที่คุณควรทำนั่นเอง

อยากได้ภาพโดนใจคู่กับสถานที่ท่องเที่ยวที่ใฝ่ฝันง่ายนิดเดียว

อย่างที่ทราบกันดีว่า พนักงานบริษัทเอกชน หรือพนักงานราชการ ลูกจ้างกินเงินเดือนทั่ว ๆ ไปอย่างเรา ๆ ที่ไม่ได้มีกิจการต่าง ๆ เป็นของตัวเอง พอให้มีเงินเหลือเฟือเพื่อจะไปท่องเที่ยวยังสถานที่ต่าง  ๆ ที่ใฝ่ฝันได้บ่อยครั้งเท่าที่ใจอยากนั้น เมื่อใดที่ได้มีโอกาสไปเที่ยวแล้ว เป็นธรรมดาที่จะอยากเก็บความทรงจำต่าง ๆ เป็นภาพความประทับใจกับสถานที่ท่องเที่ยวในฝัน กันคนร่วมทางมาให้เต็มที่ ซึ่งเคล็ดลับวิธีที่จะช่วยให้เราทำสิ่ง ๆ นั้นได้เต็มที่ก็ง่ายนิดเดียว เพียงแต่เราอาจจะต้องลงทุนด้วยแรงสมองที่มีกันบ้างก็เท่านั้น

ในยุคที่ข้อมูลต่าง ๆ อยู่ใกล้แค่เอื้อมมือคว้า มีให้อ่านให้ศึกษากันมากมายสุดแต่ใจจะอยากรู้เรื่องอะไรนั้น แต่ก็มีบางคนที่ปล่อยเวลาก่อนวันท่องเที่ยวให้เสียไปโดยเปล่าประโยชน์ ไม่ยอมศึกษาข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวที่จะไปโดยฝากความหวังไว้กับใครคนใดคนหนึ่งในทริปให้เป็นคนจัดแจงทุกสิ่งอย่าง ทั้ง ๆ ที่เรื่องง่าย ๆ อย่างมุมถ่ายรูปสุดชิคในสถานที่ต่าง ๆ นั้นเป็นเรื่องที่หาตัวอย่างได้ง่ายยิ่งกว่าปอกกล้วยเข้าปากเสียอีก

หนึ่งในวิธีที่ง่ายที่สุด ก็คือการค้นหารูปภาพจากอินเทอร์เน็ต แต่บางคนก็เบื่อที่จะต้องมานั่งเปิดเว็บโน้นเข้าเว็บนี้ให้วุ่นวาย วิธีที่ง่ายกว่านั้นก็พอมีแนะนำ เพียงแค่คุณพิมพ์ Hashtag ชื่อสถานที่ที่คุณจะไปลงในแอปพลิเคชันสื่อสังคมออนไลน์ต่าง ๆ ที่เป็นที่นิยม อาทิ Facebook  Instagram หรือแม้แต่ Twitter เท่านี้รูปต่าง ๆ มากมายที่เคยมีคนไปเที่ยวยังสถานที่ในฝันของคุณก็จะปรากฏออกมามากมายให้คุณได้เลือกดูต้นแบบการโพสต์ท่าทางต่าง ๆ หรือแม้แต่มุมไหนของสถานที่ดังกล่าวที่สวยโดนใจคุณที่สุด เพื่อเป็นการประหยัดเวลาให้การถ่ายภาพเมื่อไปถึงยังสถานที่จริงแล้ว เพื่อให้คุณได้มีเวลาดื่มด่ำกับบรรยากาศของสถานที่ท่องเที่ยวนั้น ๆ มากขึ้นนั่นเอง

การกระทำแบบนี้มิใช่การลอกเลียนแบบแต่อย่างใด เพียงแต่เป็นการหา Reference ที่คุณสนใจ และคิดว่าเหมาะสมกับตัวคุณเองมากที่สุด โดยคุณอาจนำข้อมูลเหล่านั้นมาประยุกต์ใช้กับตัวเองก็เป็นเรื่องที่ไม่เสียหายอะไร อย่ากลัวที่จะเหมือนคนอื่น เพราะเราทุกคนมีความเป็นตัวตนที่ไม่เหมือนใคร ๆ อยู่แล้ว วิธีนี้มิได้ถูกใช้แต่กับการถ่ายรูปเท่านั้น แม้แต่การแต่งนิยาย การทำภาพยนตร์ ต่างก็ต้องมีการศึกษาข้อมูลที่เกี่ยวข้องมาอย่างมากมายด้วยกันทั้งสิ้น เพื่อให้ได้งานที่ตรงใจ ตรงกับความต้องการของตัวเองมากที่สุด

ทุกวันนี้ข้อมูลมีอยู่อย่างมากมาย จงใช้ข้อมูลนั้น ๆ ให้เป็นประโยชน์ต่อตัวคุณเองและคนรอบข้างให้มากที่สุด แล้วก็อย่าลืมว่าบางครั้งบางทีข้อมูลที่อยู่ในมือเราก็อาจจะเป็นประโยชน์กับคนอื่น ๆ ไม่มากก็น้อย อย่าลืมที่จะรู้จักแบ่งปันกัน ช่วยเหลือกัน เท่านี้สังคมไม่ว่าจะเป็นสังคมจริง ๆ หรือสังคมเสมือนอย่างโลกออนไลน์ก็คงจะน่าอยู่ไม่ใช่น้อย

เครดิตภาพ: https://tinyurl.com/y3ufjakx

อยุธยาเมืองเก่า ควรค่าให้เราเที่ยวชม

“อยุธยาเมืองเก่า” เป็นสถานที่ยอดฮิตที่นักท่องเที่ยวไม่ว่าหน้าเก่าหรือหน้าใหม่ส่วนใหญ่ต้องเคยผ่านไปผ่านมา ณ สถานที่แห่งนี้ไม่มากก็น้อย เนื่องด้วยทำเลที่ตั้งที่อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากกรุงเทพมหานครเท่าไหร่นัก อีกทั้งการเดินทางก็แสนจะสะดวกง่ายดาย ไม่ว่าจะขับรถส่วนตัวไปกันเป็นครอบครัวหมู่เพื่อนฝูง หรือนั่งรถไฟชิลล์ ๆ ไปกันแบบคู่รักวัยรุ่น หรือจะเป็นการนั่งเรือชมบรรยากาศของสองฟากฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาตามประสาคนมีอายุ ก็สามารถทำได้ด้วยกันทั้งนั้น

นอกจากนี้ที่นี่ยังมีกิจกรรมสุดคลาสสิคที่รับรองว่าหากได้ลองทำแล้วกำลังขาของท่านจะต้องแข็งแรงขึ้นแน่นอน ซึ่งกิจกรรมนั้นก็ คือ การออกแรงปั่นจักรยานท่องเที่ยวไปยังสถานที่ต่าง ๆ รอบเกาะเมืองเก่า แค่อ่านดูก็น่าตื่นเต้นกันแล้วใช่ไหมล่ะ เราไปดูกันดีกว่าว่าเส้นทางปั่นจักรยานรอบเกาะเมืองของอยุธยานั้นมีสถานที่ท่องเที่ยวใดน่าสนใจ ควรค่าแก่การแวะเที่ยวชมกันบ้าง

วัดมหาธาตุ

เชื่อเหลือเกินว่าหากให้นึกถึงวัดซักแห่งหนึ่งในอยุธยาที่ต่อให้คนส่วนใหญ่จะจำชื่อไม่ได้ แต่คงปฏิเสธไม่ได้ว่า ภาพของเศียรพระที่อยู่ในรากไม้นั้น เป็นภาพที่ใคร ๆ ต่างก็เห็นกันจนชินตา ไม่ว่าจะเป็นตามหน้าหนังสือนิตยสารการท่องเที่ยว หรือตามเว็บไซต์ต่าง ๆ ซึ่งเศียรพระพุทธรูปนี้คาดกันว่าถูกตัดออกจากองค์และหล่นมาอยู่ใต้ต้นโพธิ์ในสมัยเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งสุดท้ายให้แก่พม่า และเมื่อกาลเวลาล่วงเลยไปเศียรพระพุทธรูปก็จึงได้ปรากฏอยู่อยู่ในรากของต้นโพธิ์ที่อยู่ในวัดมหาธาตุอย่างที่เราท่านเห็นกัน ส่งผลให้วัดนี้เป็นที่สนอกสนใจแก่นักท่องเที่ยวมากหน้าหลายตาทั้งชาวไทยด้วยกันเองและชาวต่างชาติต่างภาษา

วัดราชบูรณะ

หากข้ามถนนจากบริเวณทิศเหนือของวัดมหาธาตุก็จะพบกับวัดราชบูรณะ ซึ่งตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่ใกล้ ๆ กัน โดยวัดนี้โด่งดังเป็นอย่างมากจากกรณีข่าวว่ามีโจรเข้ามาขโมยสมบัติจากกรุวัดราชบูรณะ เรื่องราวเล่าขานเกี่ยวกับอาถรรพ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นกับผู้ที่คิดไม่ดีต่อสมบัติของชาติบ้านเมือง จนมีผู้นำเค้าโครงเรื่องนี้มาผูกและแต่งเป็นนวนิยายขายดี ตลอดจนนำมาผูกปมสร้างเป็นละครให้คนไทยได้รับชมกันหลายต่อหลายเรื่อง นอกจากเรื่องเล่าต่าง ๆ แล้ว ณ วัดแห่งนี้ก็เป็นโบราณสถานที่สำคัญที่สันนิษฐานกันว่าถูกสร้างขึ้นมาตั้งแต่ในสมัยของสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ ๒ หรือที่รู้จักกันในชื่อ เจ้าสามพระยา เป็นสถานที่ที่ย้ำเตือนให้คนรุ่นหลังได้ระลึกถึงความรุ่งเรืองในอดีตที่เคยมีมาตั้งแต่สมัยอยุธยาเป็นเมืองหลวง

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเจ้าสามพระยา

พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เป็นพระราชปรารภของพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ทรงให้สร้างขึ้น เนื่องมาจากการขุดค้นพบพระพุทธรูป และสมบัติต่าง ๆ ภายในองค์พระปรางค์ วัดราชบูรณะ ซึ่งมีคุณค่าความสำคัญเป็นอย่างมาก โดยเหตุที่พิพิธภัณฑ์ใช้ชื่อนี้ก็เนื่องมาจากเพื่อเป็นการระลึกถึงเจ้าสามพระยา ซึ่งทรงเป็นผู้สถาปนาวัดราชบูรณะนั่นเอง โดยพิพิธภัณฑ์แห่งนี้เปิดให้เข้าชมได้ทุกวันไม่เว้นวันหยุดราชการ ตั้งแต่เวลา 09.00 น. – 16.00 น.

และนอกจากสถานที่ดังกล่าวแล้วนั้น เมืองเก่าอย่างอยุธยาก็ยังมีหลากหลายสถานที่ให้นักท่องเที่ยวได้ไปเที่ยวชม เช่น วัดพระศรีสรรเพชญ์ วิหารพระมงคลบพิตร ศาลหลักเมือง วัดไชยวัฒนาราม วัดนิเวศธรรมประวัติ อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา และตลาดน้ำกรุงศรี เป็นต้นอย่างไรก็ตามหากอยากให้เยาวชนรุ่นลูกรุ่นหลานของเรามีสถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ไว้ศึกษากันอีกตราบนานเท่านาน วิธีง่ายที่จะช่วยกันอนุรักษ์สถานที่เหล่านี้เอาไว้ ก็เพียงแค่ท่องเที่ยวอย่างมีจิตสำนึก ไม่ทิ้งขยะหรือขีดเขียนลงไปบนโบราณวัตถุ หรือโบราณสถานอันล้ำค่าเหล่านั้นเท่านี้ก็เพียงพอ