แพทสเตเดี้ยม ฉบับปรับปรุงใหม่ พร้อมลุย AFC แชมเปี้ยนลีก

สโมรสรการท่าเรือเป็นสโมสรเก่าแก่ที่อยู่คู่วงการฟุตบอลไทยมานานหลายปี เป็นสโมสรที่มีชื่อเสียงในเรื่องความเหนียวแน่นของกองเชียร์ ว่ากันว่าแฟนบอลท่าเรือขึ้นชื่อในเรื่องความโหดดิบเถื่อน (ในเรื่องการเชียร์) เป็นอันดับต้น ๆ ในลีก เพราะตั้งอยู่ในเขตท่าเรือคลองเตยที่มีชุมชนอยู่กันอย่างหนาแน่น ทำให้แฟน ๆ ของท่าเรือได้อยู่กับทีมมานานรุ่นต่อรุ่น แม้จะห่างหายจากตำแหน่งแชมป์มาหลายปี แต่สโมรสรการท่าเรือก็มีชื่อเข้าชิงแชมป์ลีกทุกครั้ง โดยเฉพาะเมื่อ มาดามแป้ง นวลพรรณ ล่ำซำ เข้ามาบริหาร ความสำเร็จก็ค่อย ๆ คืบคลานเข้ามาเรื่อย ๆ

สนามเล็กและแออัดจะขยับขยายอย่างไร

                ทุกท่านคงได้เห็นผลงานของสิงห์ท่าเรือจากการอัพเดตของ VWIN ตลอดฤดูกาล 2018 – 2019 และบทสรุปคือสโมสรการท่าเรือทำอันดับในลีกจบที่อันดับสองในฤดูกาล 2018 – 2019 ก็ถึงคราวที่ทีมจะต้องเข้าไปลุยในศึก เอเอฟซี แชมเปี้ยนลึก ถึงแม้จะเป็นรอบคัดเลือกรอบสองยังไม่สามารถเข้ารอบแบ่งกลุ่มอัตโนมัติ และอาจจะเป็นการแข่งขันเพียงนัดเดียวหากแพ้ขึ้นมา นโยบายของมาดามแป้งก็ไม่อยากที่จะทำลวก ๆ ด้วยการย้ายไปแข่งที่สนามอื่นตามกฎของเอเอฟซี ที่สนามที่ใช้แข่งจะต้องผ่านมาตรฐานเอเอฟซี คลับไลเซนซิ่ง ซึ่งทุกที่นั่งในสนามต้องมีเก้าอี้ และมีห้องต่าง ๆ ตามกฎ ซึ่งหากมาดามแป้งจะย้ายไปใช้สนามอื่นก็คงไม่มีใครว่าอะไรเพราะอาจจะเป็นบอลแค่นัดเดียว แต่เพื่อสร้างมาตรฐานและเป็นการเอาใจแฟนบอลชาวท่าเรือ มาดามจึงตัดสินใจปรับปรุงสนามให้ทันกำหนดของเอเอฟซี

                สนามจึงมีการเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่ ทั้งติดตั้งเก้าอี้รอบสนาม ปูหญ้าใหม่ และสร้างห้องพักนักกีฬาและห้องพักผู้ตัดสิน รวมถึงทีมงานของเอเอฟซี มาดามก็จัดให้เสร็จทันเวลา ทำให้เมืองไทยมีสนามที่ได้มาตรฐานเอเอฟซีเพิ่มอีกหนึ่งสนาม

                เคยมีการถามว่าทำไมมาดามถึงไม่คิดย้ายไปสร้างสนามใหม่ เพราะสนามแพทสเตเดี้ยมมีขนาดเล็กด้วยความที่ตั้งอยู่ในเขตการท่า ทำให้มีพื้นที่ในการขยับขยายน้อยมาก กลายเป็นสนามที่เล็กที่สุดสนามหนึ่งในเมืองไทย แต่ข้อดีของสนามแพทสเตเดี้ยมที่ถึงแม้จะเล็กขยับขยายยาก แต่ความใกล้กันของแฟนบอลกับขอบสนาม ทำให้แม้จะมีผู้ชมในสนามน้อยแต่ก็ทำให้คนดูเต็มสนาม เสียงเชียร์และเสียงโห่ดังและกดดันทีมเยือนได้มาก นี่จึงเป็นข้อดีของสนามแพทสเตเดี้ยมที่หาที่อื่นมาเทียบเคียงได้ยาก

การลงทุนที่คุ้มค่า

                แม้จะมีเสียงค่อนขอดว่าการลงทุนปรับปรุงสนามครั้งนี้จะสูญเปล่า แต่หากมองดูดีดี นอกจากเราจะมีสนามที่มีคลับไลเซนซิ่งเพิ่มขึ้นแล้ว สำหรับทีมการท่าเรือเองอาจจะได้เปรียบเสียงเชียร์ในการแข่งขัน เอเอฟซี แชมเปี้ยนลีก ไม่แน่ว่าเสียงเชียร์อันดุดันจะข่มขวัญคู่แข่งจากทั่วเอเชียจนนำความสำเร็จในระดับเอเชียร์มาสู่ถิ่นคลองเตยก็ได้

เรื่องน่ารู้ ก่อนเดินทางไปไปดูซีเกมส์

มหกรรมการแข่งขันกีฬาของ 11 ชาติสมาชิกภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หรือซีเกมส์ กำลังจะเวียนมาบรรจบอีกครั้งในปลายเดือนพฤศจิกายน 2019 ที่ประเทศฟิลิปปินส์ แน่นอนว่ากองเชียร์กีฬาชาวไทยหลายคนเริ่มเตรียมตัวกันแล้ว เพราะนี่คือมหกรรมกีฬาอีกหนึ่งรายการที่ชาวไทยเราไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง ส่วนคนที่กำลังชั่งใจอยู่ เราก็มีข้อมูลสำหรับซีเกมส์ครั้งที่ 30 ในดินแดนตากาล็อกมาช่วยในการตัดสินใจ ไม่แน่ถ้าได้ทราบข้อมูลเหล่านี้หลายคนอาจจะต้องเตรียมเก็บกระเป๋าเพื่อตามไปเชียร์ทัพนักกีฬาไทยกับเขาบ้างเลยทีเดียว

สำหรับแฟนกีฬาที่สะสมวันลาไว้อย่าได้ลังเล นำออกมาใช้ช่วงการแข่งขันกีฬาซีเกมส์นี่แหละเหมาะสุด ๆ เลยทีเดียวเพราะจะได้ชมกีฬา ท่องเที่ยว เก็บเกี่ยวความสุขความประทับใจแบบไม่ต้องเร่งรีบนัก ที่สำคัญซีเกมส์หนนี้ครอบครัวใหญ่สามารถพาลูก ๆ หรือญาติผู้ใหญ่ไปชมกีฬาด้วยกันได้สบาย ๆ เพราะเจ้าภาพจัดเต็มแบบไม่หวงอัดแน่นด้วย 56 ชนิดกีฬา มากที่สุดเท่าที่เคยมีมา หลากหลายชนิดกีฬาถูกบรรจุเข้ามาใหม่ในซีเกมส์หนนี้ เมื่อรวมกับประเภทกีฬาที่มีแต่เดิมจึงทำให้เหมาะกับรสนิยมของคนทุกช่วงวัย ผู้ปกครองสามารถพาเด็ก ๆ ไปชมการแข่งขัน E-sport และกีฬาเอ็กซ์ตรีมได้ ในขณะเดียวกันกีฬาขวัญใจผู้สูงอายุอย่าง เปตอง, บิลเลียด, โบว์ลิ่ง, หมากรุก, ลีลาศ ก็น่าพาญาติผู้ใหญ่ไปดูใช่ย่อย ในส่วนของกีฬาหลัก ๆ ที่ชมกันได้ทั้งครอบครัวอย่างฟุตบอล กรีฑา ว่ายน้ำ ฯลฯ ก็ยังอยู่ครบขาดก็แต่เทนนิส ฟุตซอล และเรือพายเท่านั้นที่เจ้าภาพตัดออกด้วยเหตุผลหลาย ๆ ประการ

ส่วนใครที่ใช้วันลาจนไม่เหลือหรือต้องการสงวนวันลาไว้ใช้ในช่วงเทศกาลปีใหม่ก็ไม่ต้องเสียดายไป ยังสามารถใช้วันหยุดสุดสัปดาห์ตามไปเชียร์นักกีฬาของไทยเราได้ สายการบินน้อยใหญ่ในปัจจุบันมีเที่ยวบินตรงสู่เมืองหลัก ๆ ของประเทศฟิลิปปินส์คอยรองรับอยู่อย่างมากมาย รับรองว่าไปแล้วกลับมาทันวันทำงานอย่างแน่นอน โดยชั้นประหยัดสนนราคาเริ่มต้นแค่สองพันกว่าบาทเท่านั้น ซึ่งเรื่องค่าใช้จ่ายนี่ก็นับเป็นอีกหนึ่งความโชคดีสำหรับคนไทย เพราะประเทศฟิลิปปินส์กับเมืองไทยเราค่าครองชีพไม่ต่างกันมากนัก เมืองไทยอาจจะถูกกว่าอยู่นิดหน่อย ดังนั้น ค่าที่พัก อาหาร การเดินทาง และการบริการหลาย ๆ ด้านจึงมีราคาที่คนไทยพอจะใช้จ่ายได้อย่างสบายใจ เรียกว่าไปชมกีฬาซีเกมส์ครั้งนี้ไม่มีกระเป๋าฉีกอย่างแน่นอน

ซีเกมส์ครั้งที่ 30 ณ.ประเทศฟิลิปปินส์ กำหนดจัดการแข่งขันระหว่างวันที่ 30 พฤศจิกายน – 11 ธันวาคม พ.ศ. 2562 มีชาติสมาชิกเข้าร่วมการแข่งขัน 11 ประเทศได้แก่ ไทย ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย เมียนมา กัมพูชา อินโดนีเซีย เวียดนาม ลาว สิงคโปร์ บรูไน และติมอร์ เลสเต โดยประเทศไทยยังคงถูกวางให้เป็นเต็งหนึ่งในการครองความเป็นเจ้าเหรียญทอง และครั้งนี้ไทยเราได้ส่งนักกีฬาเข้าชิงชัยถึง 30 ชนิดกีฬา ไฮไลท์สำคัญยังคงเป็นกีฬาฟุตบอลที่ทีมชาติไทยในฐานะแชมป์เก่าได้อยู่ร่วมสายกับทีมชาติเวียดนามคู่แข่งแย่งความเป็นหนึ่งในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

สุดยอดฟุตบอลคู่เดือด ที่แฟนบอลไม่ควรพลาดไปชมสักครั้ง

ในโลกฟุตบอลเรื่องของศักดิ์ศรีเป็นสิ่งที่เข้มข้นยิ่งกว่าเงินตราหรือถ้วยรางวัลใด ๆ หลายทีมถือศักดิ์ศรีไม่ยอมญาติดีกับคู่แข่งอย่างหัวเด็ดตีนขาด ทุกเกมที่ทีมคู่ปรับได้โคจรมาพบกันจึงเป็นเกมฟุตบอลที่ดุเดือดเลือดพล่าน แทบจะเรียกได้ว่าเป็นเกมหยุดโลกเลย ความขัดแย้งของทีมคู่ปรับในโลกฟุตบอลมีหลายปัจจัยทั้งการเป็นทีมบ้านใกล้เรือนเคียงในเมืองเดียวกัน ต่างฝ่ายต่างไม่ยอมเป็นลูกไล่กัน หรือแม้แต่ความขัดแย้งในอดีตของทั้งสองทีม และสุดยอดเกมที่คู่ปรับเหล่านี้มาพบกันแฟนบอลตัวจริงไม่ควรพลาดไปสัมผัสบรรยากาศด้วยประการทั้งปวง

สเปอร์ vs อาร์เซน่อล ดาร์บี้แมตซ์ลอนดอนเหนือถือเป็นเกมเดือดสุดอันดับหนึ่งของโลก ไม่ต้องสงสัยเลยว่าความชิงชังจะฝังรากลึกมานานขนาดไหน แม้ไม่มีเกมแข่งขันฮูลิแกนของทั้งสองทีมยังปะทะกันนอกสนามตลอด ทั้งในโลกโซเชียล สถานที่สาธารณะ แน่นอนว่าในเกมผู้เล่นใส่กันสุดตัวทุกครั้ง แฟนบอลเองก็เชียร์บ้าคลั่งไม่น้อยไปกว่ากัน ซึ่งบรรยากาศสุดเดือดราวกับยกทัพเข้าห้ำหั่นกันเช่นนี้ผู้ชมในสนามได้กำไรสุด ๆ เพราะจะได้เห็น “เรียล ฟุตบอล” ที่แท้จริง

เฟเนร์บาห์เช่ vs กาลาตาซาราย สองทีมคู่แค้นจากแดนไก่งวงลงฟาดแข้งกันทีไรจัดว่าเป็นสุดยอดเกมระดับห้าดาวทุกที นี่คือศักดิ์ศรีแห่งอิสตันบูลที่ไม่เพียงแค่บรรยากาศของเกมรวมถึงแฟนบอลในสนามจะสุดคลั่งเท่านั้น แต่ก่อนเกมเริ่มทุกอย่างในเมืองจะคุกรุ่นพร้อมพุ่งไปสู่ความเดือดดาลได้เสมอ บรรยากาศนี้เกิดขึ้นโดยอัตโนมัติจากแฟนบอลของทั้งสองทีม และตำรวจนับพันนายทั่วประเทศตุรกีจะถูกเรียกไประดมพลเตรียมระงับเหตุจนกว่าการแข่งขันจะเสร็จสิ้น คิดดูเถอะว่าเข้มข้นขนาดไหน

โบค่า จูเนียร์ส vs ริเวอร์เพลท ที่สุดแห่งความชิงชังบนทวีปอเมริกาใต้ แม้คุณภาพของเกมฟุตบอลจะเทียบไม่ได้กับสไตล์ฟุตบอลของยุโรปแต่ความมันของเกมชิงความเป็นหนึ่งแห่งอาร์เจนติน่าไม่แพ้ใครแน่นอน ตลอดทั้งเกมจังหวะปะทะหนัก ๆ ยั่วยุ และการแสดงออกของแข้งทั้งสองทีม จะยิ่งปลุกเร้าให้แฟนบอลเรือนแสนในสนามโห่ร้องอย่างบ้าคลั่งจนครบเก้าสิบนาที ซึ่งบรรยากาศที่แตกต่างจากฟุตบอลยุโรปนี้ถือเป็นอีกประสบการณ์ล้ำค่าที่แฟนบอลควรได้สัมผัสสักครั้งในชีวิต

เรอัล มาดริด vs บาร์เซโลน่า การตีตั๋วเข้าชม เอล กลาซิโก้ ไม่ใช่แค่จ่ายเงินเพื่อไปชมเกมสุดเดือดดาลเท่านั้น แต่แฟนบอลยังคุ้มสุด ๆ ที่ได้เห็นการแข่งขันเสมือนทีมรวมดาราโลกลงฟาดแข้งกัน แน่นอนว่าบิ๊กเกมของแดนกระทิงดุเต็มเปี่ยมไปด้วยคุณภาพ ความดุดัน และการสูบฉีดของอะดรีนาลีน ยิ่งหากทั้งสองทีมโคจรมาพบกันในบอลถ้วยอย่างยูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ลีกก็ยิ่งทวีความมันขึ้นไปอีก เปรียบได้ดังเกมในฝันของแฟนบอลทั่วโลกเลยทีเดียว

ยังมีเกมคู่แค้นอีกหลายเกมที่เราไม่ได้กล่าวถึงทั้งแดงเดือด, มิลานดาร์บี้ หรือทีมชาติอาร์เจนติน่าพบทีมชาติบราซิล เพราะด้วยสภาพทีมที่ต่างกันมากเกินไปของสองทีมคู่แค้นทำให้ช่วงหลัง ๆ เกมเหล่านี้ดูจะลดดีกรีความร้อนแรงลงไป แต่กลับกันทั้ง 4 เกมระดับห้าดาวที่เราแนะนำไป ในปัจจุบันรวมถึงอนาคตเชื่อว่าคงไม่ลดดีกรีความดุเดือดเลือดพล่านลงได้ง่าย ๆ เพราะแฟนบอลรวมทั้งนักเตะทั้งสองทีมจงชังกันชนิดไม่เผาผีกันเลยทีเดียว

Pancho Aréna สนามฟุตบอลหรืองานศิลปะ

มีความเชื่อว่าหากมนุษย์เราท้องอิ่ม ปลอดภัย มีความเป็นอยู่ที่ดี จะเกิดความคิดสร้างสรรค์แสดงออกผ่านศิลปะในแบบต่าง ๆ ความเชื่อนั้นอาจจะมีส่วนถูกเพราะประเทศสงบสุข คุณภาพชีวิตของประชากรดีมักจะมีศิลปินสรรสร้างผลงานศิลปะเพื่อจรรโลงโลกอยู่เสมออย่างเช่น นอร์เวย์ อิตาลี บัลแกเรีย ออสเตรีย และเช็ค ประเทศเหล่านี้ล้วนเต็มไปด้วยศิลปินมีชื่อมากมาย เปรียบดังเมืองหลวงแห่งผลงานศิลปะทุกแขนง เช่นเดียวกันกับฮังการี ประเทศเล็ก ๆ แสนสงบสุขในยุโรปที่วรรณกรรม ประติมากรรม จิตรกรรม และสถาปัตยกรรม รุ่งเรืองถึงขีดสุดสะท้อนให้เห็นถึงความคิดสร้างสรรค์และคุณภาพชีวิตที่ดีของประชากรในประเทศอย่างแท้จริง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Pancho Aréna สนามฟุตบอลที่สวยงามราวกับโรงละครในภาพฝัน

Pancho Aréna เป็นสนามฟุตบอลของสโมสร Puskás Akadémia FC สโมสรเล็ก ๆ ในฮังการีที่เชื่อว่าแฟนฟุตบอลส่วนใหญ่ไม่เคยเห็นชื่อในการแข่งขันระดับทวีปมาก่อน สนามแห่งนี้มีความจุแค่ 5,000 ที่นั่งเท่านั้น และด้วยความเป็นสนามฟุตบอลขนาดเล็กนี่เองจึงทำให้ อิมเร มาโคเว็ตซ์ สถาปนิกชาวฮังกาเรี่ยนสามารถรังสรรค์ผลงานสุดบรรเจิดนี้ขึ้นมาประดับโลกาได้อย่างเต็มที่ Pancho Aréna ได้แรงบันดาลใจมาจากโบสต์ของชาวคริสเตียน ออกแบบโดยใช้สถาปัตยกรรมแนวนีโอโกธิค โครงสร้างโดยรวมเป็นคอนกรีตกึ่งไม้ และการประดับด้วยไม้ นี่เองที่ทำให้สนามแห่งนี้มีความแตกต่างจากสนามฟุตบอลอื่น ๆ ไม้ที่ว่าถูกนำเอามาทำเป็นซุ้มทรงโค้งคล้ายกิ่งก้านของต้นปาล์มหรือต้นมะพร้าวเพื่อเป็นโครงสร้างรับน้ำหนักหลังคาอีกที เมื่อดูเผิน ๆ จะเหมือนต้นไม้หลาย ๆ ต้นเรียงสลับกันตามแนว พิจารณาดูดี ๆ จะเห็นถึงความสลับซับซ้อนและความสุดยอดของงานออกแบบ โครงสร้างประดับด้วยไม้นั้นเมื่อต้องแสงไฟแล้วจะทำให้สนามดูมีมิติ หรูหรา จนแทบไม่น่าเชื่อว่าเป็นสนามกีฬาเพราะคล้ายโรงละครโอเปร่าเสียมากกว่า

ความโดดเด่นของสนามแห่งนี้ไม่ได้มีเพียงสถาปัตยกรรมภายในเท่านั้น ภายนอกสนามเองก็ดูแตกต่างไม่เหมือนใคร ทางทิศเหนือที่ติดกับสนามซ้อมของสโมสรและทิศใต้ที่เป็นประตูทางเข้า ทั้งสองด้านสถาปนิกตั้งใจใช้หลังคาสีดำด้านและลูกเล่นโครงสร้างทรงโค้งทำให้ดูเหมือนเป็นค้างคาวขนาดมหึมากำลังสยายปีก ยังไม่หมดแค่นั้นในส่วนของทางเข้าพิเศษสำหรับแขกวีไอพีปากทางเข้ายังถูกประดับประดาให้ดูเหมือนเป็นปราสาทในเทพนิยายอีกต่างหาก

หากใครอยากยลความงามของสนาม Pancho Aréna ก็ไม่ยากเพียงเดินทางไปที่เมือง Felcsut ประเทศฮังการีก็ได้ชมสนามที่เหมือนผลงานศิลปะขนาดยักษ์แห่งนี้แล้ว ซึ่งนอกจากปลายทางที่สนาม Pancho Aréna ระหว่างการเดินทางหรือเที่ยวชมสถานที่อื่น ๆ คุณจะได้เห็นศิลปะนานาชนิดของประเทศอันงดงามนี้ผ่านตาอยู่ตลอด ซึ่งการได้เสพย์งานศิลป์นั้นถือว่าเป็นความผ่อนคลายที่ดีมาก ๆ อย่างหนึ่ง เพราะนอกจากจะปลดเปลื้องความเครียดแล้วยังทำให้จิตใจของผู้คนอ่อนโยน ไม่แข็งกร้าว ยิ่งหากได้ชมเกมฟุตบอลไปด้วยเสพย์งานศิลป์ไปด้วยถือว่าเป็นโชคสองชั้นเลยทีเดียว จะว่าไปก็น่าอิจฉาแฟนบอลของ Puskás Akadémia FC เหมือนกันนะเนี่ย

“บุรีรัมย์ คาสเซิล” สรวงสวรรค์ของครอบครัวแฟนกีฬา

แฟนบอลพันธุ์แท้จำนวนไม่น้อย ต้องประสบปัญหาในการจัดสรรเวลาเพื่อเชียร์ฟุตบอลทีมโปรด ควบคู่ไปกับการใช้เวลาช่วงวันหยุดร่วมกับคนในครอบครัวที่ไม่ได้ติดตามฟุตบอล จนบางครั้งต้องจำใจเลือกเพียงสิ่งใดสิ่งหนึ่ง แต่สำหรับแฟนบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ดแล้ว พวกเขาสามารถให้เวลากับครอบครัวไปพร้อม ๆ กับการเชียร์ทีมรักชนิดติดขอบสนามได้ในเวลาเดียวกันที่ “บุรีรัมย์ คาสเซิล”

                บุรีรัมย์ คาสเซิล คือ ไลฟ์สไตล์คอมมูนิตี้มอลล์ขนาดใหญ่ อันแน่นไปด้วยที่กิน ที่ช้อปปิ้ง และที่พักผ่อนหย่อนใจ โดยตั้งอยู่ด้านข้างของ “ช้าง อารีน่า” สนามฟุตบอลประจำทีมบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ชนิดที่เดินเพียงไม่กี่ก้าวก็ถึง ทำให้แฟนบอลพ่อบ้าน สามารถใช้เวลาก่อนเกมร่วมกับครอบครัว ก่อนจะเข้าไปชมเกมในสนามโดยที่ภรรยาและลูก ๆ ยังคงมีกิจกรรมระหว่างเกมการแข่งขันไปด้วย หรือจะฆ่าเวลาก่อนเกมด้วยการเข้าไปเลือกวางเดิมพันบนเว็บ VWIN ก็ทำได้อย่างสะดวก

                บุรีรัมย์ คาสเซิล ใช้เงินลงทุนถึง 370 ล้านบาท เนรมิตพื้นที่ขนาด 93,000 ตารางเมตร ให้กลายเป็นชุมชนรอบปราสาทหินเหมือนเมื่อครั้งอดีต โดยใช้พื้นที่กว่า 14,000 ตารางเมตร ในการสร้าง “ปราสาทหินพนมรุ้งจำลอง” ขนาดเท่าของจริง ใช้ช่างฝีมือแกะสลักหินทุกก้อนอย่างประณีต และจัดเรียงหินตามหลักการสร้างปราสาทแบบโบราณ อีกทั้งยังกำหนดทิศทางของปราสาทให้สอดคล้องกับการตกของพระอาทิตย์ เพื่อให้ลำแสงอาทิตย์ส่องผ่านประตูปราสาทเช่นเดียวกับที่ปราสาทพนมรุ้ง นักท่องเที่ยวไม่ต้องเดินทางไกลเพื่อสัมผัสปรากฏการณ์ที่น่าตื่นตานี้อีกต่อไป

                ถัดจากตัวปราสาทไม่ไกล เป็นที่ตั้งของ “สวนศิวะ 12” สวนสาธารณะขนาดใหญ่ ที่ออกแบบและจัดโดยสวนนงนุช สวนชื่อดังของเมืองไทย ซึ่งเปลี่ยนพื้นที่กว่า 35,000 ตารางเมตร ให้เต็มไปด้วยต้นไม้หายากนานาพันธุ์ สวนกล้วยไม้ สวนตะบองเพชร และแลนด์มาร์คสำคัญประจำสวน “มหาศิวลึงค์” ทำจากหินทรายขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ด้วยความสูงถึง 9 เมตร รายรอบด้วยแผ่นศิลาหินทรายสลักรูป “กามาสูตร” ซึ่งเปรียบได้ดั่งจุดกำเนิดของจักรวาล

                ในส่วนของอเวนิว เป็นศูนย์รวมอาหารไว้มากมายครบทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นร้านอร่อยประจำท้องถิ่น หรือแม้แต่ร้านอาหารและเครื่องดื่มแบรนด์ดังระดับประเทศ ให้นักท่องเที่ยวได้เลือกสรรความอร่อยตามต้องการ นอกจากนั้นยังรายล้อมไปด้วยร้านเสื้อผ้า ของใช้ และของที่ระลึกต่าง ๆ ให้ผู้มาเยือนได้เลือกช้อปกันอย่างจุใจ ตั้งแต่เวลา 10.00 – 21.00 น. ในทุกวัน

                ไม่เพียงเท่านั้น ในวันที่ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ลงสนามในฐานะทีมเยือน บริเวณลานกิจกรรมของบุรีรัมย์ คาสเซิล จะจัดทีวีจอยักษ์เพื่อถ่ายทอดสดการแข่งขันให้แฟนบอลเซาะกราวได้รวมตัวส่งกำลังใจเชียร์ทีมรักไปด้วยกัน

                เมื่อการใช้ชีวิตสอดคล้องกลมกลืนกัน บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด จึงผูกพันกับทุกครอบครัวอย่างแน่นแฟ้น และด้วยแนวคิดที่เชื่อมโยงสโมสรและแฟนบอลไว้ทั้งครอบครัวนี่เอง จึงไม่แปลกใจที่ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด จะเป็นที่รักของแฟนบอลทุกเพศ ทุกวัย ไม่เพียงแต่ในจังหวัดบุรีรัมย์เท่านั้น แต่ยังครองใจแฟนบอลทั่วทั้งประเทศ

ไปดูบอลถึงสนามแข่งดีอย่างไร ทำไมใคร ๆ ก็อยากไปดูสักครั้ง

เคยสงสัยไหมว่าทำไมใคร ๆ ก็อยากไปดูบอลถึงสนามแข่งดูสักครั้ง ทั้งที่การดูผ่านโทรทัศน์หรือเว็บดูบอลออนไลน์ก็ได้ทราบผลการแข่งขันเหมือนกัน ซึ่งเราก็ได้รวบรวมเหตุผลที่ทำให้ใครก็อยากไปดูบอลถึงสนามแข่งมาบอกกันดังนี้

1.ได้บรรยากาศที่เร้าใจมากกว่า

          การไปดูบอลถึงสนามแข่งคุณจะได้บรรยากาศที่มีความเร้าใจและน่าตื่นเต้นมากกว่า เพราะได้เห็นการแข่งขันแบบใกล้ชิด มองเห็นสนามแข่งในทุกมุมมองจึงทำให้เกิดอรรถรสในการชมมากกว่าการดูบอลผ่านทางโทรทัศน์หลายเท่าเลยทีเดียว แถมยังได้ส่งเสียงร้องเชียร์อย่างเต็มที่อีกด้วย ซึ่งแฟนบอลส่วนใหญ่ก็ล้วนอยากไปสัมผัสบรรยากาศแบบนี้กันทั้งนั้น

2.มีรูปสวย ๆ มาอวดเพื่อน

          เมื่อไปดูการแข่งขันฟุตบอลถึงสนามจริง คุณจะได้ถ่ายรูปสวย ๆ มาอวดเพื่อนว่าได้ไปดูฟุตบอลถึงสนามแข่งมาแล้ว ทั้งยังได้เก็บเป็นภาพความทรงจำดี ๆ ที่ครั้งหนึ่งในชีวิตเคยได้ไปเยือนสนามแข่งมาอีกด้วย ซึ่งเพื่อน ๆ จะต้องอิจฉาคุณอย่างแน่นอน

3.ได้รู้จักผู้คนเพิ่มขึ้น

          ณ สนามแข่งกีฬา จะมีผู้คนจากหลายประเทศมารวมตัวกันอยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งการมาชมการแข่งขันถึงสนามแข่งก็จะเป็นการเปิดโอกาสให้คุณได้รู้จักผู้คนเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะหากเจอคนที่ชอบทีมเดียวกันด้วยแล้วก็จะได้เพื่อนที่พูดคุยถูกคอกันอย่างแน่นอน แต่ทั้งนี้ก็อย่าไว้วางใจใครมากเกินไป เพราะบางคนอาจไม่ได้เข้าหาคุณด้วยเจตนาดีก็ได้

4.เป็นการพักผ่อนหย่อนใจ

          การได้ไปเที่ยวดูบอลถึงต่างประเทศก็ถือเป็นการได้พักผ่อนหย่อนใจไปด้วย เพราะคุณได้ปล่อยตัวปล่อยใจอย่างเต็มที่ไปกับสิ่งที่คุณชอบ โดยไม่มีเรื่องงานเข้ามา อีกทั้งนอกจากไปดูบอลแล้วก็ยังสามารถไปเที่ยวตามสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจในบริเวณใกล้เคียงได้อีกด้วย ดังนั้นใคร ๆ จึงอยากไปดูบอลถึงสนามแข่งดูสักครั้ง ซึ่งก็ถือว่าเป็นการพักผ่อนไปในตัวด้วยนั่นเอง

5.ได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์

          การเดินทางไปดูบอลถึงต่างประเทศก็จะทำให้คุณได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์ใหม่ ๆ มากขึ้น ซึ่งก็ถือเป็นเรื่องที่ดีมากทีเดียว ทั้งยังได้เรียนรู้ว่าการเข้าไปดูบอลถึงสนามแข่งนั้นต้องทำอย่างไรบ้าง โดยคนที่ไม่ได้ไปดูถึงที่จะไม่มีวันได้รู้นั่นเอง ซึ่งใครที่ชื่นชอบการหาประสบการณ์ใหม่ ๆ อยู่แล้ว ก็มักจะไม่พลาด

          เห็นไหมว่าการไปชมการแข่งขันฟุตบอลถึงสนามแข่งในต่างประเทศก็มีข้อดีมากมายทีเดียว จึงทำให้แฟนบอลทั้งหลายอยากลองไปดูถึงที่สักครั้ง ซึ่งการไปดูบอลต่างประเทศนั้นคุณจะต้องเตรียมตัวให้พร้อม ทั้งเรื่องการจองตั๋วเครื่องบิน ตั๋วเข้าชมฟุตบอล รวมถึงการจองโรงแรมที่พัก เพื่อจะได้ไม่มีปัญหานั่นเอง หรือไม่ก็อาจจะซื้อทัวร์ดูบอลโดยเฉพาะเลยก็ได้ เพราะมีความสะดวกง่ายดายมากกว่า แถมยังช่วยเซฟเงินได้ดีอีกด้วย

ซื้อทัวร์ดีไหม ถ้าอยากดูการแข่งขันกีฬาในต่างประเทศ

หลายคนอยากไปเที่ยวดูการแข่งขันกีฬาในต่างประเทศ แต่ก็ลังเลอยู่ใช่ไหมว่าควรซื้อทัวร์ดีไหม ซึ่งก็มีหลายบริษัททัวร์ที่เปิดให้บริการพาเที่ยวชมการแข่งขันกีฬาโดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็นทัวร์ดูบอลหรือทัวร์กีฬาอื่น ๆ ก็ตาม ดังนั้นเราจะพาคุณมาดูกันว่าการไปเที่ยวกับทัวร์ดีอย่างไรบ้าง เพื่อให้คุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้นนั่นเอง

ประหยัดค่าใช้จ่ายได้ดี

          การเที่ยวกับทัวร์จะทำให้คุณเซฟค่าใช้จ่ายได้ดี เพราะส่วนใหญ่จะได้ตั๋วในราคาที่ถูกกว่าการเดินทางด้วยตัวเอง และเมื่อคิดเฉลี่ยค่าใช้จ่ายในส่วนอื่น ๆ ที่ทางบริษัททัวร์จัดการให้ด้วยแล้วก็ประหยัดไปได้เยอะ แถมคุ้มค่ามากอีกด้วย ที่สำคัญการไปเที่ยวกับทัวร์จะมีกำหนดการที่ชัดเจนจึงไม่ทำให้งบประมาณที่ตั้งไว้บานปลายอย่างแน่นอน

มีคนจัดการให้พร้อมทุกเรื่อง

          แค่ซื้อทัวร์ดูการแข่งขันกีฬาต่างประเทศคุณก็ไม่ต้องยุ่งยากกับการจัดการอะไรอีก เพราะทางบริษัททัวร์จะดำเนินการให้ทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการจองตั๋วเครื่องบิน จองที่พัก หรือการซื้อตั๋วเข้าชมการแข่งขัน          ซึ่งคุณเพียงแค่เตรียมเงินที่จะนำไปใช้จ่ายส่วนตัวและจัดกระเป๋าเดินทางตามกำหนดเท่านั้น สะดวกสบายแบบนี้จะพลาดไม่ได้เลยเชียว

ได้ทั้งดูกีฬาทั้งท่องเที่ยว

          บริษัททัวร์ส่วนใหญ่จะไม่ได้จัดทัวร์แค่ไปชมการแข่งขันอย่างเดียวเท่านั้น แต่จะมีการพาเที่ยวตามสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ ที่น่าสนใจด้วย เรียกได้ว่าเป็นการซื้อทัวร์ที่คุ้มค่ามากจริง ๆ โดยทั้งนี้ก็จะมีแพ็คเกจทัวร์ให้เลือกหลายแบบ ซึ่งคุณสามารถเลือกซื้อแพ็คเกจทัวร์ที่มีสถานที่ท่องเที่ยวที่อยากไปได้เลย

อิ่มอร่อยกับอาหารเด็ดตลอดการเดินทาง

          เมื่อซื้อทัวร์ชมการแข่งขันกีฬาหรือทัวร์ดูบอล ไม่ต้องกังวลเรื่องอาหารการกินเลย เพราะทัวร์จะมีการจัดอาหารมื้อเด็ดให้กับทุกท่านตลอดการเดินทาง ซึ่งก็รับรองเลยว่าแต่ละมื้อจะมีแต่เมนูอร่อย ๆ ถูกใจคุณอย่างแน่นอน ไม่แน่นะคุณอาจติดใจจนอยากกลับมาใช้บริการทัวร์บ่อย ๆ เลยล่ะ

มีไกด์คอยให้คำแนะนำ

          แค่ซื้อทัวร์ดูกีฬาต่างประเทศ คุณก็จะได้ไกด์พ่วงมาด้วยทันที โดยไกด์จะทำหน้าที่คอยแนะนำอย่างใกล้ชิด พร้อมบอกกฎข้อบังคับการเข้าใช้สถานที่อย่างละเอียด เพื่อที่คุณจะได้ไม่เผลอทำผิดกฎจนเกิดปัญหาได้นั่นเอง

รับผิดชอบความเสียหายที่เกิดขึ้น

          กรณีที่มีความเสียหายระหว่างการเดินทาง ซึ่งอยู่ในการดูแลของบริษัททัวร์ ทางบริษัทจะรับผิดชอบต่อสิ่งที่เกิดขึ้น จึงทำให้คุณรู้สึกสบายใจได้เลย

          ได้รู้ข้อดีของการซื้อทัวร์ชมกีฬาต่างประเทศกันไปแล้ว ก็ลองพิจารณากันดูว่าควรซื้อทัวร์ดีหรือไม่ ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับความสะดวกของแต่ละคนด้วย แต่หากต้องการความสะดวกสบายและเที่ยวดูการแข่งขันกีฬาได้อย่างสบายใจ ก็ต้องซื้อทัวร์กันเลย โดยเลือกบริษัททัวร์ที่มีความน่าเชื่อถือและเป็นที่รู้จักสักนิด เพื่อป้องกันการถูกหลอกลวงจากพวกมิจฉาชีพนั่นเอง

5 เรื่องที่ต้องรู้ เพื่อการเที่ยวดูบอลต่างประเทศอย่างปลอดภัย

เมื่อถึงช่วงการแข่งขันฟุตบอลคู่โปรด แน่นอนว่าหลายคนคงไม่อยากพลาดการไปชมการแข่งขันฟุตบอลถึงสนามแข่งหรอกจริงไหม ซึ่งหากคุณกำลังคิดจะไปดูบอลต่างประเทศ วันนี้เราก็มี 5 เรื่องที่ต้องรู้เพื่อการไปเที่ยวดูบอลอย่างปลอดภัยมาแนะนำกันด้วย ไปดูกันเลยว่ามีเรื่องอะไรบ้าง

1.อย่าหลงเชื่อ ตั๋วบอลราคาถูก

          ไม่ทันได้ออกเดินทางก็ถูกหลอกโกงเงินไปกับค่าตั๋วซะแล้ว แบบนี้คงไม่ดีแน่ เพราะฉะนั้นอย่าได้หลงเชื่อพวกเว็บไซต์หรือคนที่มาเสนอขายตั๋วดูบอลที่ราคาถูกเกินเด็ดขาด เพราะอาจเป็นมิจฉาชีพที่เมื่อได้เงินค่าตั๋วจากคุณไปแล้วก็จะชิ่งหนีในทันที หรืออีกจำพวกคือนำตั๋วปลอมมาขาย ซึ่งคุณจะต้องดูให้ดีว่าเป็นตั๋วจริงหรือไม่

2.เก็บของมีค่าให้มิดชิด

          ไปเที่ยวดูบอลในสถานที่ที่มีคนเยอะแยะแบบนี้ จะต้องเก็บของมีค่าไว้ให้มิดชิดอย่านำออกมาไว้ในจุดที่อาจถูกขโมยหรือโดนกระชากได้ง่ายเด็ดขาด รวมถึงจะต้องระวังกระเป๋าสะพายหรือกระเป๋าสตางค์ของคุณให้ดี อย่ามัวแต่เชียร์บอลจนเพลิน เพราะนั่นจะทำให้พวกมิจฉาชีพสามารถใช้โอกาสนี้ขโมยไปได้ง่ายนั่นเอง

3.ควรชวนเพื่อนไปดูบอลด้วย

          การไปดูบอลต่างประเทศตามลำพัง หากมีปัญหาเกิดขึ้นจะช่วยเหลือตัวเองได้ยากโดยเฉพาะผู้หญิง ดังนั้นแนะนำให้ชวนเพื่อนไปดูบอลด้วยจะดีกว่า ซึ่งการไปเที่ยวดูบอลเป็นหมู่คณะหรือไปหลาย ๆ คน ย่อมปลอดภัยมากกว่าการไปคนเดียวอย่างแน่นอน นอกจากนี้การไปเที่ยวดูบอลกับทัวร์ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจมากทีเดียว

4.นอนพักผ่อนให้เพียงพอก่อนไปดูบอล

          ก่อนไปดูบอลควรนอนพักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อให้ร่างกายมีความกระปรี้กระเปร่าและพร้อมรับทุกสถานการณ์หากมีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้น ดังนั้นคุณควรไปให้ถึงประเทศที่จะดูบอลอย่างน้อย 1 วัน เพื่อจะได้นอนพักให้เต็มที่หลังจากเดินทางเหนื่อย ๆ ก่อนไปสนุกกับการดูบอลในวันต่อไปนั่นเอง อีกทั้งการเดินทางไปถึงล่วงหน้ายังทำให้คุณได้ศึกษาเส้นทางก่อนด้วยว่าต้องเดินทางไปสนามแข่งอย่างไร มีรถประจำทางสายไหนให้บริการบ้างและค่าใช้จ่ายเท่าไหร่

5.อย่าไว้ใจคนแปลกหน้า

          ในสนามแข่งขันอาจมีคนเข้ามาทักทายพูดคุย ซึ่งคุณสามารถตอบตามมารยาทได้แต่ไม่ควรถึงขั้นไว้วางใจคนแปลกหน้าเด็ดขาด เพราะเราไม่อาจรู้เลยว่าเขามีเจตนาร้ายแอบแฝงหรือไม่ ดังนั้นควรระวังตัวเองไว้ก่อนจะดีที่สุด

          การไปเที่ยวดูบอลต่างประเทศจะต้องเซฟความปลอดภัยให้กับตัวเองอยู่เสมอ เพราะอาจมีพวกมิจฉาชีพเข้ามาหลอกลวงหรือขโมยสิ่งของมีค่าได้ง่าย เพราะฉะนั้นควรเตรียมพร้อมเรื่องความปลอดภัยให้กับตัวเองก่อนออกเดินทาง รวมถึงพยายามอย่าแยกออกมาจากกลุ่มเพื่อนตามลำพัง ซึ่งหากคุณระมัดระวังเป็นอย่างดี การท่องเที่ยวดูบอลของคุณในครั้งนี้ก็จะเต็มไปด้วยความสนุก คุ้มค่า และได้ความทรงจำดี ๆ ที่น่าจดจำไปอีกยาวนานเลยล่ะ

“ท้องฟ้าจำลอง” สถานที่ที่ไม่ได้เหมาะแค่กับเด็กน้อย

“ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา” เรียกได้ว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงวิทยาศาสตร์ ที่ถูกก่อตั้งขึ้นครั้งแรกในปี พ.ศ.2495
ในนาม “กองอุปกรณ์การศึกษา” โดยท้องฟ้าจำลองกรุงเทพและหอดูดาว ถูกอนุมัติให้สร้างขึ้นภายใต้การดูแลของกองอุปกรณ์การศึกษา โดย มล.ปิ่น มาลากุล ซึ่งดำรงตำแหน่งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการศึกษาธิการในขณะนั้น โดยได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และพระนางเจ้าสิริกิติ์เสด็จพระราชดำเนินมาทรงประกอบพิธีเปิดให้เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม พ.ศ.2507 ซึ่งเป็นวันวิทยาศาสตร์แห่งชาติพอดี โดยในเวลาต่อมากองอุปกรณ์การศึกษาก็ถูกเปลี่ยนชื่อมาเป็น ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา ในปี พ.ศ.2537

หากเพื่อน ๆ คนใดสนใจเข้าเยี่ยมชมที่ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา ก็สามารถทำได้ไม่ยากเย็นอะไร  เพียงแค่โดยสาร รถไฟฟ้า BTS มาลงที่สถานีเอกมัย แล้วเดินต่อมาอีกหน่อยก็จะพบกับบริเวณที่เป็นจุดจำหน่ายบัตรเพื่อเข้าชมนิทรรศการต่าง ๆ และท้องฟ้าจำลอง โดยราคาบัตรเข้าชมท้องฟ้าจำลองนั้นแบ่งเป็น 2 ราคา คือรอบภาษาไทย (ผู้ใหญ่ 30 บาท และ 20 บาท สำหรับเด็ก ๆ) กับอีกประเภทที่เป็นรอบภาษาอังกฤษ (ผู้ใหญ่ 50 บาท และ 30 บาท สำหรับเด็ก ๆ) นอกจากนี้ยังมีบัตรเข้าชมนิทรรศการประเภทอื่น ๆ เช่น พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์, โลกใต้น้ำ และส่วนที่จัดแสดงธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ให้เด็ก ๆ และผู้ปกครองเลือกเข้าชมตามอัธยาศัย

สำหรับใครก็ตามที่หลงใหลการดูดาวเป็นชีวิตจิตใจ ขอบอกเลยว่าท่านไม่ควรพลาดที่จะมาเยี่ยมชมที่ ณ ท้องฟ้าจำลองกรุงเทพดูสักครั้ง และไม่ว่าท่านจะเป็นเด็ก หรือวัยหนุ่มสาว ก็สามารถมาท่องเที่ยวได้อย่างไม่จำเป็นต้องเขินอาย อย่างที่เขาบอกกันว่าต่อให้เราโตแค่ไหน ผ่านวุฒิการศึกษาอะไรมามากน้อยเพียงใดก็ตาม แต่การเรียนในชีวิตนี้ไม่มีที่สิ้นสุด ยังมีอีกหลากหลายเรื่องราวที่เรายังไม่เคยพบ เคยเจอ หรือเคยรู้มาก่อน ดังนั้นขอให้เปิดใจให้กว้าง แล้วเตรียมพบกับความตื่นตาตื่นใจที่เจ้าหน้าที่และทางหน่วยงานได้จัดเตรียมไว้คอยให้บริการอยู่ และสำหรับใครที่เคยมาท่องเที่ยวแล้วนั้น ก็ไม่ต้องกังวลว่าจะรู้สึกเบื่อหรือไม่สนุก ไม่น่าสนใจเหมือนเมื่อที่เคยมาครั้งแรก เพราะทางหน่วยงานได้มีการปรับปรุงเครื่องไม้เครื่องมือต่าง ๆ ให้มีความทันสมัยอยู่ตลอดเวลานั่นเอง

ส่วนแสดงท้องฟ้าจำลองประกอบไปด้วยห้องมืด ที่เรียกว่า “ห้องฉายดาว” ซึ่งเป็นห้องทรงกลมสูงประมาณ 3 เมตร มีเส้นผ่านศูนย์กลางห้องประมาณ 20.60 เมตร โดยใช้แผ่นอลูมิเนียมสีขาวที่มีความพรุนบุเป็นเพดานของโดมเพื่อรับภาพแสงของดวงดาวที่จะถูกฉายออกมาจากเครื่องฉายดาวของบริษัทสัญชาติเยอรมนี อย่าง คาร์ล ไซซ์ ซึ่งให้บริการเครื่องฉายดวงดาวระบบเลนส์ ใครก็ตามที่มีโอกาสได้ดูดาวจากเครื่องฉายนี้ขอให้ภูมิใจเถิดว่าได้มีโอกาสดูดาวจากเครื่องฉายดาวสุดไฮเทค ที่มีระบบการทำงานค่อนข้างซับซ้อน และเป็นเครื่องแรกที่มีขนาดใหญ่ในภูมิภาคเอเชียอาคเนย์

และนอกจากส่วนการแสดงต่าง ๆ ในห้องโดมแล้ว เพื่อน ๆ ยังสามารถหาความรู้ทางด้านดาราศาสตร์เพิ่มเติมได้จากนิทรรศการที่จัดอยู่ในห้องใกล้เคียง อันประกอบไปด้วย “นิทรรศการส่วนโลกดาราศาสตร์ ชีวิตสัมพันธ์กับดวงดาวอย่างไร โลกและการกำเนิดชีวิต ความเป็นไปในเอกภพ และมนุษย์กับการสำรวจอวกาศ” เรียกได้ว่า ณ ที่นี้ เด็กมาได้ ผู้ใหญ่มายิ่งดี เพราะว่ามาที่นี่ให้ทั้งสาระความรู้  ความสนุกสนานและความบันเทิงอย่างครบครัน

ท่องเที่ยวด้วยใจไปกับรถไฟสายมรณะ ที่กาญจนบุรี

หากนึกถึงการท่องเที่ยวด้วยรถไฟแล้วล่ะก็ จังหวัดหนึ่งที่มักจะถูกนักท่องเที่ยวทั้งหลายนึกถึงมาเป็นอันดับต้น ๆ ก็คงจะหนีไม่พ้นจังหวัดที่มากไปด้วยสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติอันหลากหลายและสวยงามที่ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของประเทศไทยอย่างจังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งการเดินทางไปก็สุดแสนจะง่ายดาย เนื่องจากว่าทางการรถไฟแห่งประเทศไทยได้จัดตารางการท่องเที่ยวแบบไปเช้าเย็นกลับไว้ให้กับนักท่องเที่ยวทุกท่านที่สนใจเรียบร้อยแล้ว

แค่ท่านกำเงินประมาณ 120 บาท สำหรับรถนั่งธรรมดาชั้น 3 หรือ 240 สำหรับรถนั่งปรับอากาศชั้น 2 แล้วเดินเข้าไปซื้อตั๋ว เพียงเท่านี้ท่านก็มีโอกาสเป็นหนึ่งในนักท่องเที่ยวที่ได้มีโอกาสไปดื่มด่ำกับบรรยากาศแห่งประวัติศาสตร์ในเส้นทางรถไฟสายมรณะนี้ แต่ต้องแอบกระซิบกันก่อนว่าไม่ใช่ใครก็ได้ที่จะสามารถได้สิทธิ์นี้ เพราะต้องบอกเลยว่าเส้นทางนี้เป็นเส้นทางยอดฮิตของนักท่องเที่ยวที่ชอบเดินทางโดยรถไฟ ดังนั้นถ้าจะให้ดีท่านควรจองตั๋วล่วงหน้าก่อนการเดินทางซักระยะเวลาหนึ่งจะเป็นการดีที่สุด ซึ่งการจองตั๋วก็สามารถทำได้ง่ายดาย ทั้งแบบจองออนไลน์ หรือจองผ่านศูนย์บริการข้อมูลลูกค้าสัมพันธ์ ที่หมายเลข 1690 เพียงเท่านี้ท่านก็อุ่นใจได้เลยว่าท่านจะไม่ตกรถไฟขบวนนี้อย่างแน่นอน

สำหรับตารางการเดินทางนั้น รถไฟขบวนนี้จะออกจากกรุงเทพ ที่สถานีรถไฟหัวลำโพงเวลา 06.30 น. จากนั้นสถานที่แรกที่จะไปแวะพัก ก็คือ สถานีรถไฟนครปฐม โดยที่จุดแรกนี้นักท่องเที่ยวจะได้มีโอกาสไปสักการะองค์พระปฐมเจดีย์ เป็นระยะเวลาประมาณ 40 นาที หรือหากใครใคร่เดินเลือกซื้อของกินบริเวณแถว ๆ สถานีรถไฟนั้นก็ย่อมทำได้ เนื่องจากบริเวณนั้นจะมีพ่อค้าแม่ขายมาคอยบริการนักท่องเที่ยวให้ได้เลือกซื้อเลือกหาสินค้าตามความพึงพอใจ แต่ต้องบอกก่อนเลยว่าหากใครที่ต้องการไปสักการะองค์พระปฐมเจดีย์แล้วล่ะก็ ควรรีบทำเวลาให้ดีดี เนื่องจากดูเผิน ๆ ระยะทางจากตัวสถานีมาถึงองค์พระฯ อาจดูไม่ไกลมากนัก แต่เชื่อเถอะว่าหากมัวอ้อยอิ่งอาจทำให้ท่านต้องตกรถไฟได้

ต่อจากนั้นรถไฟจะพาท่านไปแวะพักอีกทีบริเวณสะพานข้ามแม่น้ำแคว เวลาประมาณ 09.35 น. เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้มีโอกาสลงไปถ่ายรูปกับวิวแม่น้ำและสะพาน ซึ่งเป็นอีกหนึ่งไฮไลท์สำคัญของการท่องเที่ยวในครั้งนี้ นอกจากนี้หากใครใจดีก็อาจจะทำบุญเพื่อช่วยบริจาคทุนการศึกษาให้กับเด็ก ๆ ที่มักจะมาตั้งวงดนตรีร้องเพลงเพื่อหาเงินค่าเล่าเรียนเล็ก ๆ น้อย ๆ พอให้เป็นสีสันแก่สถานที่แห่งนี้ได้มากพอสมควร

จากนั้นเวลาประมาณ 11.00 น. ขบวนรถไฟก็จะเดินทางถึงถ้ำกระแซอันเป็นอีกหนึ่งสถานที่สำคัญ ที่เกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์การสร้างทางรถไฟอันลือเลื่องในอดีต เมื่อครั้งเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 และต่อจากนั้นท่านจะเดินทางถึงยังบริเวณสถานีรถไฟน้ำตกไทรโยคน้อย ทุกคนก็ได้เวลาแยกย้ายไปพักผ่อนตามอัธยาศัย บางคนก็ไปเล่นน้ำตกกันอย่างสนุกสนานเพลิดเพลิน หรือบางคนอาจหาอาหารกลางวันรับประทานกันอย่างเอร็ดอร่อย

แต่สำหรับใครที่คิดว่ายังเดินทางไม่จุใจก็อาจจะเหมาสองแถว หรือเช่ารถมอเตอร์ไซค์ขับต่อไปยังสถานที่อันเป็นอีกหนึ่งตำนานประวัติศาสตร์อย่างช่องเขาขาด ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากจุดแวะพักของรถไฟมากนัก บอกเลยว่าการได้ขับมอเตอร์ไซค์ท้าทายลมแห่งขุนเขาประกอบกับวิวสองข้างทางนั้นช่างคุ้มค่ากับเวลาที่มีอยู่อย่างจำกัดจริง ๆ แต่อย่างไรก็ดีท่านจะต้องคอยควบคุมเวลาของท่านให้ดีดี มิเช่นนั้นขากลับท่านอาจต้องอาศัยรถโดยสารประเภทอื่นกลับกรุงเทพแทนรถไฟก็เป็นได้

สำหรับช่วงการเดินทางขากลับนั้น เมื่ออิ่มเอมกับการชมวิวทั้งทิวเขาและแม่น้ำจากขามาแล้ว ก็เหลือเพียงแค่ลุ้นให้รถไฟของท่านแล่นให้เร็วพอที่จะสามารถแวะเที่ยวชมสุสานทหารพันธมิตรที่จะปิดทำการในเวลา 17.00 น. ให้จงได้ แต่หากไม่ทัน ก็เพียงแค่ย้อมใจด้วยของกินอร่อย ๆ ที่พนักงานรถไฟจะคอยถามไถ่ให้ท่านสั่งอาหารอยู่เป็นระยะ ๆ ขอบอกเลยว่าของกินที่จะพลาดไปเสียไม่ได้ในทริปนี้ หลังจากที่เหน็ดเหนื่อยมาตลอดทั้งวันนั้น ก็คือ ก๋วยเตี๋ยวแห้ง  เป็ดทอด และขนมหม้อแกงรสชาติดี และเมื่ออิ่มหนำสำราญกับอาหารต่าง ๆ เป็นที่เรียบร้อย ก็ถึงเวลาที่จะต้องแยกย้ายจากสหายนักเดินทางทั้งหลาย เพราะเวลาประมาณ 19.25 น. นั้น รถไฟก็จะถึงกรุงเทพโดยสวัสดิภาพนั่นเอง